ปี 2564 

ครั้งที่โอนงบประมาณ  รายละเอียด   วันที่ลงเว็บไซต์ 
 ครั้งที่ 1  21 ธันวาคม 2563

 

                                     ปี 2563 

ครั้งที่โอนงบประมาณ  รายละเอียด   วันที่ลงเว็บไซต์ 
 ครั้งที่ 2  2 มิถุนายน 2563
 ครั้งที่ 1  1 มิถุนายน 2563

                                          ปี 2564

ครั้งที่โอนงบประมาณ  รายละเอียด   วันที่ลงเว็บไซต์ 
ครั้งที่ 1        22 ตุลาคม 2564
ครั้งที่ 2     25 พฤศจิกายน 2563
ครั้งที่ 3     16 ธันวาคม 2563
ครั้งที่ 4     23 เมษายน 2564


                                         ปี 2563

ครั้งที่โอนงบประมาณ  รายละเอียด   วันที่ลงเว็บไซต์ 
ครั้งที่ 10 18 สิงหาคม 2563
ครั้งที่ 9 (สภา) 20 สิงหาคม 2563
ครั้งที่ 8 3 สิงหาคม 2563
ครั้งที่ 7 17 มิถุนายน 2563
ครั้งที่ 6  28 พฤษภาคม 2563
ครั้งที่ 5   28 พฤษภาคม 2563
 ครั้งที่ 4 (สภา)   1 มิถุนายน 2563
 ครั้งที่ 3  1 มิถุนายน 2563
 ครั้งที่ 2  1 มิถุนายน 2563
 ครั้งที่ 1  1 มิถุนายน 2563

 

การแจ้งย้ายเข้า

เมื่อมีบุคคลใดย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านย้ายออก 
ย้ายปลายทางอัตโนมัติ  ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 15 วัน
นับแต่วันที่ย้ายออกหรือย้ายเข้าทะเบียนบ้าน

 

หลักฐานที่ใช้ในการติดต่อ

1.สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
2.หนังสือมอบอำนาจ/สำเนาบัตรเจ้าบ้าน/สำเนาบัตร ผู้รับมอบอำนาจ
3.ใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ตอนที่ 1 และตอนที่ 2  (กรณีย้ายเข้า)

 

ขั้นตอนในการติดต่อ

1.ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน
2.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐาน
3.ออกใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ตอน 1 และตอน 2  แก่ผู้แจ้ง(กรณีย้ายออก)
4.เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (กรณีย้ายเข้า และย้ายปลายทางอัตโนมัติ)
5.กรณีย้ายปลายทางเจ้าตัวต้องมาติดต่อเองไม่สามารถมอบ  อำนาจให้ผู้อื่น
มาทำการแทนได้  ยกเว้นผู้เยาว์  ให้บิดา  มารดาหรือผู้ปกครอง  ทำการแทน*

 

การแจ้งย้ายเข้า

เมื่อมีบุคคลใดย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านย้ายออก 
ย้ายปลายทางอัตโนมัติ  ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 15 วัน
นับแต่วันที่ย้ายออกหรือย้ายเข้าทะเบียนบ้าน

 

หลักฐานที่ใช้ในการติดต่อ

1.สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
2.หนังสือมอบอำนาจ/สำเนาบัตรเจ้าบ้าน/สำเนาบัตร ผู้รับมอบอำนาจ
3.ใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ตอนที่ 1 และตอนที่ 2  (กรณีย้ายเข้า)

 

ขั้นตอนในการติดต่อ

1.ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน
2.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐาน
3.ออกใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ตอน 1 และตอน 2  แก่ผู้แจ้ง(กรณีย้ายออก)
4.เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (กรณีย้ายเข้า และย้ายปลายทางอัตโนมัติ)
5.กรณีย้ายปลายทางเจ้าตัวต้องมาติดต่อเองไม่สามารถมอบ  อำนาจให้ผู้อื่น
มาทำการแทนได้  ยกเว้นผู้เยาว์  ให้บิดา  มารดาหรือผู้ปกครอง  ทำการแทน*

บัตรประจำตัวประชาชน

บัตรประจำตัวประชาชน เป็นเอกสารราชการที่ออกให้สำหรับ คนไทยเท่านั้น 
เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตน เพื่อพิสูจน์และยืนยันบุคคลในการติดต่อ
ราชการ  การขอรับบริการหรือสวัสดิการ  ในด้านต่างๆ ทำนิติกรรม ฯลฯ เช่น
การสมัครงาน การขอเปิดบัญชีเพื่อทำธุรกรรมกับธนาคาร การโอนสังหาริม
ทรัพย์/อสังหาริมทรัพย์  เป็นต้น

 

คุณสมบัติ
ผู้ที่ต้องมีบัตรประจำตัว

1. มีสัญชาติไทย
2. มีอายุตั้งแต่เจ็ดปีแต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี
3. ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) สำหรับผู้มีอายุเกินเจ็ดปีและผู้ได้รับ
การยกเว้น  จะขอมีบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้

 

ผู้ยื่นคำขอมีบัตร

ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือ†เด็กที่มีอายุตั้งแต่เจ็ดปีบริบูรณ์  แต่ไม่ถึงสิบห้าปี
ให้บิดา  มารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลซึ่งรับดูแลผู้นั้นอยู่  เป็นผู้ยื่นคำขอ
แทนเด็กก็ได้

 

กรณีบัตรเดิมหมดอายุ

1.เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ  ให้ทำบัตรใหม่ภายใน 60 วันนับแต่วันที่บัตรเดิม
หมดอายุหากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน  100 บาท
2.ผู้ถือบัตรสามารถขอทำบัตรใหม่ก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุก็ได้  โดยยื่น
คำขอภายใน 60 วันก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุ

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
(2) บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุไม่เสียค่าธรรมเนียม

 

กรณีบัตรหายหรือถูกทำลาย

เมื่อบัตรประจำตัวประชาชนหายหรือถูกทำลาย ให้ไปแจ้งความ
ไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอ  สำนักงานเขต เทศบาลหรือเมืองพัทยา
แล้วแต่กรณีและขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน  นับแต่วันที่บัตรหาย
หรือถูกทำลาย หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
(2) เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้
เช่น ใบอนุญาตขับขี่ ใบสุทธิ  หรือหนังสือเดินทาง  เป็นต้น
(3) หากไม่มีเอกสารตามข้อ (2)  ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ
มาให้การรับรอง

เสียค่าธรรมเนียมตามกฎหมายกำหนด

 

กรณีเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลแล้วต้องเปลี่ยนบัตร

เมื่อผู้ถือบัตรเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล  หรือเปลี่ยนตัวและชื่อสกุล
ต้องเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วันนับแต่วันที่แก้ไขชื่อตัว  ชื่อสกุล
หรือชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้านหากพ้นกำหนดจะต้องเสีย
ค่าปรับตามกฎหมาย

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
(2) บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ต้อการเปลี่ยน
(3) หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล  แล้วแต่กรณี

เสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

 

กรณีบัตรเดิมชำรุด
ในสาระสำคัญ

หากบัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ  บัตรถูกทำลาย  เช่นบัตรถูกไฟไหม้                               บางส่วนบัตรชำรุดเลอะเลือน  เป็นต้น  ต้องเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน
นับแต่วันที่บัตรเดิมชำรุด  หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
(2) บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ชำรุดหรือถูกทำลาย
(3) เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้
เช่น  ใบอนุญาตขับขี่ใบสุทธิ   หรือหนังสือเดินทาง  เป็นต้น
(4) หากไม่มีเอกสารตามข้อ (3) ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้
การรับรองเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

 

กรณีบุคคล
ที่ได้รับการยกเว้น

ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน  เช่น    พระภิกษุ
สามเณร ฯลฯ จะขอทำบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เช่น กรณีพระภิกษุหรือสามเณร
ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านของวัดที่พระหรือสามเณร มีชื่อยู่ไปแสดง  เป็นต้น
(2) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร
เช่น หนังสือสุทธิของพระ  หรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นผู้ที่อยู่ระหว่าง
การศึกษา
ณ ต่างประเทศไม่เสียค่าธรรมเนียม

 

กรณีบุคคลที่พ้นสภาพ
ได้รับการยกเว้น

ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น ผู้พ้นโทษ
จากเรือนจำหรือจากทัณฑสถาน เป็นต้น  ต้องไปขอทำบัตรประจำตัวประชาชน
ภายใน 60 วัน  นับแต่วันพ้นสภาพได้รับการยกเว้น  หากพ้นกำหนดจะต้อง
เสียค่าปรับไม่เกิน  100 บาท

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
(2) หลักฐานที่แสดงว่าพ้นสภาพจากการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร เช่น  หนังสือ
สำคัญของเรือนจำหรือ ทัณฑสถาน  (ร.ท. 5) หรือหนังสือเดินทางและเอกสาร
ที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ  แล้วแต่กรณี   เป็นต้น

ไม่เสียค่าธรรมเนียม

 

กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่

เพื่อให้รายการที่อยู่ปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับรายการ
ในทะเบียนบ้านผู้ถือบัตร  ผู้ใดย้ายที่อยู่จะขอเปลี่ยนบัตรโดยที่บัตรเดิม
ยังไม่หมดอายุสามารถทำได้  แต่หากไม่ขอเปลี่ยนบัตรก็สามารถใช้บัตร
นั้นได้ต่อไปจนกว่าบัตรจะหมดอายุ

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน  ฉบับเจ้าบ้าน
(2) บัตรประจำตัวประชาชน

เสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

 

กรณีผู้ซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี

คนสัญชาติไทยซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี จะขอทำบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
(1) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
(2) บัตรประจำตัวประชาชนเดิม  (ถ้ามี)

ไม่เสียค่าธรรมเนียม

 

อัตราค่าบริการงานบัตรประจำตัวประชาชน

 

1. การทำบัตรครั้งแรก (อายุครบ  7 ปีบริบูรณ์)                                                  ไม่เสียค่าธรรมเนียม
2. การออกบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรฯ (กรณีบัตรหาย,                                          ฉบับละ  20  บาท
เปลี่ยนที่อยู่, เปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล,  บัตรชำรุด)
3. การขอคัดและรับรองรายการบัตรฯ                                                                 ฉบับละ  20 บาท
4. ค่าปรับ  (กรณีบัตรครั้งแรกเกินกำหนด 60 วัน)                                              ไม่เกิน  100 บาท
5. ค่าปรับ (กรณีบัตรหมดอายุเกินกำหนด 60 วัน                                                ไม่เกิน  100 บาท

บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวประชาชน เป็นเอกสารราชการที่ออกให้สำหรับคนไทยเท่านั้น  
เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตน เพื่อพิสูจน์และยืนยันบุคคล ในการติดต่อราชการ
การขอรับบริการหรือสวัสดิการ  ในด้านต่าง ๆ ทำนิติกรรม ฯลฯ เช่น การสมัครงาน
การขอเปิดบัญชีเพื่อทำธุรกรรมกับธนาคาร  การโอนสังหาริมทรัพย์
หรืออสังหาริมทรัพย์  เป็นต้น
คุณสมบัติ
ผู้ที่ต้องมีบัตรประจำตัวครั้งแรก
1.1  ผู้ที่มีอายุ 7 ปีบริบูรณ์  ตั้งแต่วันที่  10 กรกฏาคม 2554  เป็นต้นไป
(เกิดตั้งแต่ 10 กรกฏาคม 2547)  ต้องทำบัตรประจำตัวประชาชน ภายใน 60 วัน
1.2  ผู้ที่มีอายุ  7 ปี  แต่ไม่เกิน  15 ปีอยุ่ก่อนแล้วก่อนวันที่ 10 กรกฏาคม 2554
(เกิด 9 กรกฏาคม 2539 ถึง 9  กรกฏาคม  2547  ต้องทำบัตรภายใน 1 ปี
(ถึง 9 กรกฏาคม  2555)
1.3 หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง

(1)สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
(2)สูติบัตร หรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบสุทธิสำเนาทะเบียนนักเรียน
หนังสือเดินทาง เป็นต้นที่แสดงได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน
(3)หากไม่มีเอกสารตามข้อ(2) ให้นำบุคคลซึ่งมีหน้าที่อื่นคำขอแทน(บิดา มารดา
ผู้ปกครองหรือบุคคลซึ่งรับดูแลผู้นั้นอยู่หรือเจ้าบ้าน หรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง)
(4)กรณีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าว ให้นำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดามารดา
มาแสดงด้วย หรือนำใบมรณบัตรของฝ่ายที่ถึงแก่กรรมไปแสดง

 

 

“บุคคลที่น่าเชื่อถือ” หมายถึง บุคคลใดๆ ซึ่งมีภูมิลำเนาที่อยู่แน่นอน มีอาชีพมั่นคง
และมีความรู้จักคุ้นเคยกับผู้ขอมีบัตรเป็นอย่างดี อาจเกี่ยวข้องเป็นญาติกันหรือไม่ก็ได้