เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง
เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ประเภทการก่อสร้าง พ.ศ.2540
................................................................

โดยที่เป็นการสมควรเทศบัญญัติเมืองระยอง  ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ ประเภทการก่อสร้าง พ.ศ. 2540

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2510  ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 54 มาตรา55 มาตรา 58 และมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535  เทศบาลเมืองระยองโดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองระยองและได้รับ อนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จึงตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1  เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการก่อสร้าง พ.ศ. 2540”

ข้อ 2  เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลเมืองระยอง เมื่อได้ประกาศโดยเปิดเผยที่สำนักงานเทศบาลเมืองระยอง แล้ว 7 วัน

ข้อ 3  ในเทศบัญญัตินี้
“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองระยอง
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า  ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และเทศบัญญัตินี้
“การก่อสร้าง” หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลง ขยาย ประกอบ ติดตั้ง หรือรื้อถอน ซึ่งอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้ อิฐ หิน ดิน กรวด ทราย เลน ลูกรัง สิ่งปรักหักพัง เป็นต้น

ข้อ 4  เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการการก่อสร้าง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ 5  ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการก่อสร้าง จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1)    ยื่นคำร้องขอตามแบบที่เทศบาลเมืองระยองกำหนด  พร้อมทั้งแผนผังแสดงบริเวณพื้นที่การก่อสร้าง
(2)    ติดตั้งป้ายแสดงประเภทและชนิดของอาคาร และมีข้อความเตือนอันตราย อันอาจจะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างต่อผู้สัญจรไปมา
(3)    กองวัสดุก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อย ไม่เกะกะกีดขวางผิวทางจราจร ไม่ทำให้ทางเท้าชำรุดเสียหาย และไม่ตกลงหรือไหลไปในท่อระบายน้ำ
(4)    การระบายน้ำต้องไม่มีลักษณะเป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
(5)    ต้องจัดให้มีแสงสว่างให้เพียงพอในบริเวณสถานที่ทำการก่อสร้าง
(6)    การก่อสร้างไม่ก่อให้เกิดสมควรรบกวนผู้อาศัยใกล้เคียง จนเป็นเหตุมีการร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(7)    ต้องจัดให้มีการรองรับมูลฝอยอันได้สุขลักษณะให้เพียงพอ
(8)    การก่อสร้างที่มีการถมดินหรือขุดดิน  ต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกแก่บริเวณพื้นที่ถนนหรือที่สาธารณที่ติอต่อสถาน ที่ก่อสร้างนั้น รวมถึงเหตุนั้นเกิดจากการกระทำของผู้รับจ้างด้วย
(9)    ปฏิบัติการอื่นใดอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนังกานเจ้าหน้าที่แนะนำ

ข้อ 6  เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำร้องขออนุญาตแล้วปรากฎว่าถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้ออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบ กรณีไม่อาจออกใบอนุญาตได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ แต่ถ้าปรากฏว่าคำร้องขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ทั้งหมดแจ้งให้ ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีความจำเป็นที่ จะต้องส่งคืนคำร้องขอแก่ผู้ขออนุญาต ให้ส่งคืนคำร้องขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักวานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาต หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดตามวรรคหนึ่งให้ขยายเวลาออกไป ได้อีกไม่เกินสองครั้ง  ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบ ก่อสิ้นกำหนดตามวรรคหนึ่งหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น แล้วแต่กรณี

ข้อ 7  การออกใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้  ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นพื้นที่ตารางเมตรละ 1 บาท  แต่รวมพื้นที่ทั้งหมดไม่เกิน 500 บาท ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปี นับแต่วันที่วันที่ออกใบอนุญาต ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียวและสถานที่แห่งเดียว

ถ้าผู้ขอใบอนุญาตค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง  เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้  จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่า ธรรมเนียมที่ค้างชำระจนครบจำนวน

ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการก่อสร้างนั้นตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

ข้อ 8  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบและเงื่อนไขพร้อมหลักฐานที่เทศบาลเมืองระยองกำหนดก่อน ใบอนุญาตสิ้นอายุ  การพิจารณาต่อใบอนุญาตให้ปฏิบัติตามข้อ 6

หากปรากฏว่า ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาต ภายในสิบห้าวันนับนับแต่วันที่ได้ทราบถึงเหตุนั้น ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่เทศบาลเมืองระยองกำหนด

ข้อ 9  เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และเทศบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1)    มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ  มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐานใด เพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอการพิจารณา
(2)    เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามเทศบัญญัติหรือพระราชบัญญัติการสาธารณ สุข พ.ศ.2535  ในการนี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้า ของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น
(3)    แนะนำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามเงื่อนไขในใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้หรือตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
(4)    ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี หรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
(5)    เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะหรือจะก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ ใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจำเป็นได้โดยไม่ ต้องใช้ราคา

ข้อ 10  หากผู้ดำเนินกิจการการก่อสร้างปฏิบัติไม่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ การ     สาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการ ดำเนินกิจการให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการแก้ไขหรือ ปรับปรุงให้ถูกต้องได้และถ้าผู้ดำเนินกิจการไม่แก้ไขหรือถ้าการดำเนินกิจการ นั้น จะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า จะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้ทันทีเป็นการชั่ว คราว จนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้

ข้อ 11  ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบเหตุที่ไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ในอันที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีพของประชาชน  หรือจะเป็นอันตราย0อย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งสมควรจะดำเนินการโดยเร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้กระทำการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืน ดังกล่าวแก้ไขหรือระงับเหตุนั้นหรือดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุนั้นได้ตามสมควรแล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

ข้อ 12  เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(1)    ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้
(2)    ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบ กิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้น ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน

ข้อ 13  ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่า จะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ข้อ 14  คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ผู้ดำเนินกิจการก่อสร้างหยุดดำเนินกิจการคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับใบอนุญาตทราบ แล้วแต่กรณี
ใน กรณีไม่พบตัวหรือไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว  ให้ส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือหรือให้ปิดหนังสือไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาสำนักการงานของผู้ต้องรับหนังสือและให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบ หนังสือตั้งแต่เวลาที่หนังสือไปถึงหรือวันปิดหนังสือแล้วแต่กรณี

ข้อ 15  ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งตามข้อ 10 หรือมีคำสั่งในเรื่องการไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตหรือ เพิกถอนใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้ ถ้าผู้ได้รับคำสั่งไม่พอใจการอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามคำสั่ง

ข้อ 16 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 4 มีความผิดตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 17  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกหรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสาร หรือหลักฐานหรือขัดขวางหรือไม่ยอมอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า พนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 9 โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีความผิดตามมาตรา 79 แห่ง      พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 18  ให้ผู้ประกอบกิจการก่อสร้างที่ได้ดำเนินการก่อนที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงดำเนินการต่อไปได้ แต่ต้องมายื่นคำร้องคำขอรับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้ภายในกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้บังคับใช้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำ สั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ประอบกิจการตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ 19  ให้นายกทศมนตรีเมืองระยอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ  ณ  วันที่  10  มีนาคม  พ.ศ. 2540

สุรพงศ์ ภู่ธนะพิบูล
(นายสุรพงษ์  ภู่ธนะพิบูล)
นายกเทศมนตรีเมืองระยอง

อนุมัติ
ประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง
เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540 และแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมเก็บ ขน  สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540  (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2542
---------------------------------------------------------

โดยที่เห็นเป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง ว่าด้วยการกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2510 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 58 มาตรา 83  แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เทศบาลเมืองระยอง โดยรับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองระยอง และได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จึงตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1    เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540”

ข้อ 2    เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลเมืองระยอง เมื่อได้ประกาศโดยเปิดเผยที่สำนักงานเทศบาลเมืองระยอง แล้ว 7 วัน

ข้อ 3    นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป ให้ยกเลิก

(1) เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดมูลฝอยและสิ่งเปรอะเปื้อน พุทธศักราช 2485
(2)  เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูล พุทธศักราช 2489
(3) เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดมูลฝอยและสิ่งเปรอะเปื้อน พุทธศักราช 2496
(4) เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดมูลฝอยและสิ่งเปรอะเปื้อน พุทธศักราช 2505
(5) เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล พุทธศักราช 2528

บรรดาข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอื่นในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน

ข้อ 4    ในเทศบัญญัตินี้

“สิ่งปฏิกูล หมายความว่า อุจจาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึง สิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครกหรือมีกลิ่นเหม็น

“มูลฝอย” หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้าถุงพลาสติกภาชนะใสอาหาร เถ้า มูลสัตว์หรือซากสัตว์ รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น
ที่หรือทางสาธารณะ” หมายความว่า สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชน และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้

“อาคาร” หมายความว่า  ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอย ได้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองระยอง

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช บัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และเทศบัญญัตินี้

“นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

“ลูกจ้างประจำ” หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้เป็นการกระทำ

“ลูกจ้างชั่วคราว” หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้ไม่เป็นการประจำ เพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นการครั้งคราว เป็นการจรหรือเป็นไปตามฤดูกาล

ข้อ 5  ห้ามผู้ใดถ่าย เท ทิ้งหรือทำให้มีสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในทางสาธารณะหรือที่สาธารณะอื่นเป็นต้น ว่า ถนน ซอย ตรอก แม่น้ำ คลอง คู สระน้ำ บ่อน้ำ เว้นแต่ในที่ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาตให้จัด ตั้งหรือจัดตั้งไว้ให้โดยเฉพาะ

ข้อ 6  ห้ามผู้ใดนำสิ่งปฏิกูลไปในทางสาธารณะหรือที่สาธารณะอื่นใด เว้นแต่จะได้ใส่ภาชนะหรือที่เก็บมิดชิดไม่ให้มีสิ่งปฏิกูลหรือกลิ่นเหม็น รั่วออกข้างนอก

ข้อ 7  ห้ามผู้ใดถ่าย เท ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในที่รองรับมูลฝอย

ข้อ 8  ผู้ครอบครองสถานที่ อาคาร หรือเคหะสถาน ต้องจัดให้มีที่รองรับมูลฝอยในสถานที่อาคาร หรือ เคหะสถานในครอบครองของตน

ข้อ 9  ที่รองรับมูลฝอยต้องไม่รั่วและมีฝาปิดมิดชิดกันแมลงวันและสัตว์ได้ตามแบบซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบ

ข้อ 10  ผู้ครอบครองสถานที่ อาคาร หรือเคหะสถาน ต้องรักษาบริเวณสถานที่ อาคารหรือเคหะสถานในครอบครองของตนไม่ให้สิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย หรือมีการถ่ายเท หรือทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในประการที่ขัดต่อสุขลักษณะ

ข้อ 11  ให้นายจ้างจัดให้มีส้วมอันถูกต้องด้วยสุขลักษณะและมีปริมาณเพียงพอแก่ลูกจ้างตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

(1)    สถานที่ทำงาน ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 15 คน ให้มีห้องน้ำ ห้องส้วม ไม่น้อยกว่าอย่างละ 1 ที่
(2)    สถานที่ทำงาน ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 40 คน ให้มีห้องน้ำไม่น้อยกว่า 1 ที่และห้องส้วม  ไม่น้อยกว่า 2 ที่
(3)    สถานที่ทำงาน ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 80 คน ให้มีห้องน้ำไม่น้อยกว่า 1 ที่และห้องส้วม ไม่น้อยกว่า  3 ที่
(4)    สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างเกิน 80 คน ขึ้นไป ให้มีห้องน้ำและห้องส้วมเพิ่มขึ้นอีกอย่างละ 1 ที่ สำหรับจำนวนลูกจ้างทุก ๆ 50 คน
(5)    สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทั้งชายและหญิง ให้มีห้องน้ำและห้องส้วมสำหรับหญิงไว้เฉพาะพอสมควร

สำหรับห้องส้วมต้องจัดให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะและให้มีกระดาษชำระตาม สมควรและให้มีอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมอย่างน้อย 1 อ่าง หรือ 1 อ่าง ต่อห้องส้วม 4 ที่

ข้อ 12  เมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ได้เกิดหรือมีเหตุสงสัยว่าได้เกิดโรคติดต่ออันตรายอย่างใดเกิดขึ้นในอาคาร สถานที่หรือพาหนะใด ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใดดำเนินการดัง ต่อไปนี้

ก.    จัดให้มีห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะตามข้อกำหนดดังนี้
(1)  ตัวเรือนห้องส้วม ต้องมั่นคง แข็งแรงและมิดชิด
(2)    พื้นที่ภายในห้องส้วมต้องไม่น้อยกว่า 0.9 ตารางเมตร ต่อ 1 ที่นั่งและต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 0.9 เมตร
(3)  พื้นห้องส้วมทำด้วยวัสดุแข็งแรง ทนทาน ทำความสะอาดง่าย มีความลาดเอียงอย่างน้อย 1 ต่อ 20 และมีจุดระบายน้ำทิ้งอยู่ในตำแหน่งต่ำสุดของพื้นห้องส้วม
(4)  ต้องมีพื้นที่ช่องระบายอากาศอย่างน้อย 10 % ของพื้นที่ห้อง หรือมีพัดลมระบายอากาศ
(5)  มีแสงสว่างภายในห้องส้วมอย่างน้อย 5 ฟุต ต่อแรงเทียน
(6)    มีหัวส้วมชนิดสามารถป้องกันกลิ่นและแมลงพาหะนำโรคได้ด้วยน้ำสูงจากพื้นส้วมอย่างน้อย 0.20 เมตร
(7)    มีท่อระบายอุจจาระจากหัวส้วมลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียหรือบ่อเอระ ซึ่งน้ำไม่สามารถซึมเข้า – ออกได้และมีความจุอย่างน้อย 0.75 ลูกบาศก์เมตรก่อนปล่อยลงบ่อซึมหรือร่องซึมใต้พื้นดินหรือถังกรองหรืออื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน
(8)    ที่ฐานส้วมมีท่อระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อย 1 นิ้ว สูงเหนือหลังคาส้วม
(9)    มีน้ำสำหรับราดส้วมเพียงพอ
(10)    ต้องรักษาความสะอาดส้วมและใช้ส้วมไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะนอกส้วม
(11)     จัดให้มีส้วมถูกสุขลักษณะในปริมาณที่เพียงพอกับจำนวนคนงาน คือ ส้วม 1ที่ต่อคนงาน 25   คน

ข.    จัดให้มีถังขยะที่ไม่รั่วซึมและมีฝาปิดทุกครอบครัวและมีที่รองรับขยะรวม ขนาดความจุ 200 ลิตร ต่อ 60 คน ต่อวัน  และมีการปกปิดป้องกันสัตว์พาหะนำโรคได้และต้องเก็บกวาดขยะโดยเฉพาะขยะเปียก ต้องเก็บในถังที่มีฝาปิดหรืออาจเก็บในถุงพลาสติก
ค.    จัดให้มีระบบระบายน้ำทิ้งที่ใช้การได้ดีจากครัวเรือนลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะหรือปล่อยลงสู่บ่อวึม

ข้อ 13  ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่า สถานที่หรือบริเวณใดควรทำการเก็บสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยไปทำการกำจัดให้ต้อง ด้วยสุขลักษณะยิ่งขึ้น โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเก็บขน เมื่อได้มีหนังสือแจ้งแก่ผู้ครอบครองสถานที่ อาคาร หรือเคหะสถาน ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน  หรือเมื่อได้ปิดประกาศกำหนดบริเวณเก็บขน สิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย ณ ที่เปิดเผยในบริเวณที่กำหนดไม่น้อยกว่า 3 แห่ง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน นับแต่วันประกาศแล้วผู้ครอบครองสถานที่ อาคารหรือเคหสถาน จะต้องให้เจ้าหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้นเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย จากสถานที่ อาคาร หรือเคหสถานซึ่งตนครอบครอง โดยเสียค่าธรรมเนียมเก็บขนตามอัตราที่ได้กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้

ข้อ 14 ผู้ครอบครองสถานที่ อาคาร  หรือเคหสถาน ซึ่งอยู่นอกบริเวณเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ตามข้อ 13 และผู้ครอบครองสถานที่ อาคาร หรือเคหสถาน ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้นเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ตามข้อ 13 ต้องกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยวิธีอื่นใดที่ไม่ขัดต่อสุขลักษณะ

ข้อ 15  ห้ามผู้ซึ่งมิได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองระยอง ทำการขน คุ้ย เขี่ย หรือขุดมูลฝอย ในที่รองรับ หรือสถานที่เทมูลฝอยใด  ๆ ของเทศบาล หรือที่ตั้งอยู่ในที่หรือทางสาธารณะ

ข้อ 16  ห้ามผู้ซึ่งมิได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองระยอง ทำการถ่าย เท ขน หรือเคลื่อนที่สิ่งปฏิกูล ในถังรับ เรือขน สถานที่ เท เก็บ หรือพักสิ่งปฏิกูลของเทศบาลเมืองระยอง

ข้อ 17  ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในเขตเทศบาลเมืองระยอง โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ 18  ผู้ใดจะขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการ เก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในเขตเทศบาลเมืองระยอง ตามข้อ 17 ให้ยื่นคำขอตามแบบและเงื่อนไข พร้อมด้วยหลักฐานที่เทศบาลเมืองระยองกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาต่อ เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ 19  เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขออนุญาต แล้วปรากฎว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้  ให้ออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอ อนุญาตทราบ กรณีไม่อาจออกใบอนุญาตได้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ

แต่ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีจำเป็น ที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูก ต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

ใน กรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดตามวรรค หนึ่ง  ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้ง ให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดตามวรรคหนึ่งหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้ว นั้นแล้วแต่กรณี

ข้อ 20  ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราท้ายเทศบัญญัตินี้ ภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แทน หรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้ได้รับใบอนุญาต ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากมิได้ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะต้องชำระค่าปรับเพิ่มขึ้น อีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดที่จะ ต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว

ถ้าผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูล ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง       เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้ จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน

ข้อ 21  ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

ข้อ 22  เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์ ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล จะต้องยื่นคำขอตามแบบและเงื่อนไขพร้อมด้วยเอกสารที่เทศบาลเมืองระยองกำหนด ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้ ปฏิบัติ ตามข้อ 19

ข้อ 23  ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

ข้อ 24  เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไปให้ยื่นคำขอบอกเลิกดำเนินกิจการต่อเจ้า พนักงานท้องถิ่น และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเลิกดำเนินกิจการ

ข้อ 25  หากปรากฏว่าใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐานดังต่อไปนี้

(1)    เอกสารแจ้งความต่อสถานีตำรวจ กรณีการสูญหายหรือ
(2)    ใบอนุญาตเดิม กรณีชำรุดในสาระสำคัญ

ข้อ 26  การออกใบแทนใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังนี้

(1)    ใบแทนใบอนุญาตให้ประทับตราสีแดง คำว่า “ใบแทน” กำกับไว้และให้มีวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นในใบแทนและต้นขั้วใบแทน
(2)    บันทึกด้านหลังต้นขั้วใบอนุญาตเดิม ระบุสาเหตุการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญของใบอนุญาตเดิมแล้วแต่กรณีและเล่มที่ เลขที่ ปี พ.ศ. ของใบแทนใบอนุญาต

ข้อ 27  เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และเทศบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อ ไปนี้

(1)    มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงและทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐานใด เพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา
(2)    เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้หรือพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการนี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้า ของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น
(3)    แนะนำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือตามเทศบัญญัตินี้หรือตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
(4)    ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี หรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
(5)    เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะหรือจะก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ ใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจำเป็นได้โดยไม่ ต้องใช้ราคา

ข้อ 28  หากผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงหรือประกาศ ที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการดำเนินกิจการนั้น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินการนั้นแก้ไข หรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้และถ้าผู้ดำเนินกิจการนั้นไม่แก้ไขหรือถ้าการ ดำเนินกิจการนั้นจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายอย่าง ร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการนั้นไว้ทันที เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจาก อันตรายแล้วก็ได้
คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไว้ตามสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่า เจ็ดวัน เว้นแต่กรณีที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการทันที

ข้อ 29  ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเหตุไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำใด ๆ ที่ฝาฝืนพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ในอันที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีพของประชาชน หรือจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนเป็นส่วนรวม ซึ่งสมควรจะดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้กระทำการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืน ดังกล่าวแก้ไขหรือระงับเหตุนั้น หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุนั้นได้ตามสมควรแล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

ข้อ 30  ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บขน หรือ กำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ การสารณสุข พ.ส. 2535 กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกีย วกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ ต้องไม่เกินสิบห้าวัน

ข้อ 31  เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฎว่าผู้รับใบอนุญาต

(1)    ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(2)    ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้
(3)    ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตตามเรื่องที่กำหนดไว้ เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตและการไม่ปกิบัติหรือการ ปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้น ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะ ความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน

ข้อ 32  การแจ้งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ 20 ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้ได้รับใบอนุญาตทราบ
คำสั่งของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นให้ผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยหยุดดำเนินกิจการ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับใบอนุญาตทราบ แล้วแต่กรณี
ใน กรณีไม่พบตัวหรือไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว ให้ส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ปิดหนังสือไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ ง่าย ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้ต้องรับหนังสือและให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบหนังสือ ตั้งแต่เวลาที่หนังสือไปถึงหรือวันปิดหนังสือ แล้วแต่กรณี

ข้อ 33  ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาต สำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่ง ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ข้อ 34  ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีคำสั่ง ตามข้อ 20 วรรคสอง ข้อ 28 หรือมีคำสั่งในเรื่องการการไม่ออกใบอนุญาต ตามข้อ 19 หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ตามข้อ 22 หรือเพิกถอนใบอนุญาต ตามข้อ 31 ถ้าผู้ที่ได้รับคำสั่งไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมาย
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามคำสั่ง

ข้อ 35  ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 17 มีความผิดตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 36  ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 18 ข้อ 24 มีความผิดตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 5 ข้อ 16 มีความผิดตามมาตรา 73 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 37     ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือขัดขวางหรือไม่ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้า หน้าที่ ตามข้อ 27 มีความผิดตามมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข้อ 38 ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้อง ถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามเทศบัญญัติข้อ 20 วรรคสองหรือข้อ 28 โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีความผิดตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข้อ 39 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 21 หรือข้อ 25 มีความผิดตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข้อ 40 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข้อ 41 ผู้ซึ่งประกอบกิจการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการตาม เทศบัญญัตินี้ ให้ยังคงประกอบกิจการได้ต่อไป แต่จะต้องมายื่นคำขอรับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นภาย ในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่เทศบัญญัติใช้บังคับเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้ยังคงประกอบกิจการได้ต่อไปจนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ออกใบ อนุญาตให้ประกอบกิจการตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ 42  ให้นายกเทศมนตรีเมืองระยอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2540
สุรพงษ์   ภู่ธนะพิบูล
(นายสุรพงษ์  ภู่ธนะพิบูล)
นายกเทศมนตรีเมืองระยอง

อนุมัติ
ประพัฒน์พงษ์   บำเพ็ญสิทธิ์
(ประพัฒน์พงษ์   บำเพ็ญสิทธิ์)
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม เก็บ ขน สิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย

ลำดับ รายการ จำนวนเงิน
(บาท)
1 อัตราค่าเก็บและขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ตามมาตรา 20 (4)  
1.1 ค่าเก็บและขนสิ่งปฏิกูลครั้งหนึ่ง ๆ เศษของลูกบาศก์เมตรหรือลูกบาศก์เมตรแรกและลูกบาศก์เมตร ต่อ ๆ ไป  ลูกบาศก์เมตรละ 250
  เศษไม่เกินครึ่งลูกบาศก์เมตร  (เศษเกินครึ่งลูกบาศก์เมตร ให้คิดเท่ากับ 1 ลูกบาศก์เมตร) 150
1.2 ก. ค่าเก็บและขนมูลฝอยประจำเดือน ที่มีปริมาณมูลฝอยวันหนึ่งไม่เกิน 500 ลิตร  
  วันหนึ่งไม่เกิน   20  ลิตร  เดือนละ                                                  10
  วันหนึ่งเกิน      20  ลิตร  แต่ไม่เกิน    40  ลิตร  เดือนละ 40
  วันหนึ่งเกิน      40  ลิตร  แต่ไม่เกิน    60  ลิตร  เดือนละ 60
  วันหนึ่งเกิน      60  ลิตร  แต่ไม่เกิน    60  ลิตร  เดือนละ 100
  วันหนึ่งเกิน      80  ลิตร  แต่ไม่เกิน   100  ลิตร เดือนละ 120
  วันหนึ่งเกิน     100 ลิตร   แต่ไม่เกิน   200 ลิตร เดือนละ 160
  วันหนึ่งเกิน      200 ลิตร  แต่ไม่เกิน   300  ลิตร  เดือนละ 260
  วันหนึ่งเกิน      300 ลิตร  แต่ไม่เกิน   400  ลิตร  เดือนละ 360
  วันหนึ่งเกิน      400 ลิตร  แต่ไม่เกิน   500  ลิตร  เดือนละ  500
  ข. ค่าเก็บและขนมูลฝอยประจำเดือน ที่มีปริมาณมูลฝอยวันหนึ่งเกิน 500 ลิตรขึ้นไป  
  วันหนึ่งเกิน   500  ลิตร   แต่ไม่เกิน    750   ลิตร เดือนละ 1,000
  วันหนึ่งเกิน 750 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000  ลิตร เดือนละ        1,500
  วันหนึ่งเกิน  1  ลูกบาศก์เมตร  ค่าเก็บและขนทุก ๆ ทุก ๆ ลูกบาศก์เมตรหรือเศษลูกบาศก์เมตร  เดือนละ 2,000
  ค. ค่าเก็บและขนมูลฝอยเป็นครั้งคราวครั้งหนึ่งๆ ไม่เกิน   1  ลูกบาศก์เมตร ครั้งละ 150
  เกิน 1  ลูกบาศก์เมตร ค่าเก็บและขนทุกๆลูกบาศก์เมตรหรือเศษลูกบาศก์เมตร  ลูกบาศก์เมตรละ 150
2 อัตราค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาต  
2.1 ใบอนุญาตดำเนินกิจการ  ตามมาตรา  19  
  ก. รับทำการเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย  โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์
ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ  ฉบับละ
5,000
  ข. รับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบ
แทนด้วยการคิดค่าบริการ ฉบับละ
5,000

 


เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง
เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมเก็บ ขน สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย  พ.ศ. 2540  (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2542
---------------------------------------------------------

โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมเก็บ ขน สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540  (ฉบับที่ 1 )  พ.ศ. 2542

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล  (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2510 ประกอบกับมาตรา 20  มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 58 มาตรา 63  แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เทศบาลเมืองระยอง โดยรับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองระยอง และได้รับอนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จึงตรา    เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยองไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1    เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตรา  ค่าธรรมเนียมเก็บ ขน  สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2540 (ฉบับที่ 1) พ.ส. 2542”
ข้อ 2    เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลเมืองระยอง เมื่อได้ประกาศโดยเปิดเผยที่สำนักงานเทศบาลเมืองระยอง แล้ว 7 วัน
ข้อ 3    ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมเก็บ ขน สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยองเรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูล และมูลฝอย พ.ศ. 2540 ลำดับที่ 1,2 ข. และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ลำดับ 1.2 ข. ค่าเก็บและขนมูลฝอยประจำเดือน ที่มีปริมาณมูลฝอย วันหนึ่งเกิน 500 ลิตรขึ้นไป

วันหนึ่งเกิน  500 ลิตร แต่ไม่เกิน 750 ลิตร  เดือนละ  1,000  บาท
วันหนึ่งเกิน  750 ลิตร แต่ไม่เกิน  1,000  ลิตร  เดือนละ  1,500  บาท
วันหนึ่งเกิน  1  ลูกบาศก์เมตร ค่าเก็บและขนทุก ๆ ลูกบาศก์เมตร
หรือเศษลูกบาศก์เมตร เดือนละ  2,000  บาท

ข้อ 4   ให้นายกเทศมนตรีเมืองระยอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ ณ วันที่ 24  มีนาคม พ.ศ. 2542

สุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล
(นายสุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล)
นายกเทศมนตรีเมืองระยอง

อนุมัติ
ชัยจิตร รัฐขจร
(นายชัยจิตร รัฐขจร)
(ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง)

เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง
เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2540
---------------------------------------------------------

โดยที่เห็นเป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง ว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2540

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล  (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2510 ประกอบมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เทศบาลเมืองระยอง โดยรับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองระยอง และได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จึงตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1    เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2540”

ข้อ 2    เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลเมืองระยอง เมื่อได้ประกาศโดยเปิดเผยที่สำนักงานเทศบาลเมืองระยอง แล้ว 7 วัน

ข้อ 3    นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป ให้ยกเลิก เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระยอง เรื่อง ควบคุมสัตว์ซึ่งเป็นเหตุรำคาญและอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน พุทธศักราช 2485
บรรดาข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอื่นในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน

ข้อ 4    ในเทศบัญญัตินี้
“การเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า การมีสัตว์ไว้ในครอบครองและดูแล เอาใจใส่ บำรุง ตลอดจนให้อาหารเป็นอาจิณ
“การปล่อยสัตว์” หมายความว่า  การสละการครอบครองสัตว์หรือปล่อยให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์โดยปราศจากการควบคุม
“เจ้าของสัตว์” หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ด้วย
“สถานที่เลี้ยงสัตว์” หมายความว่า คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์ หรือที่เลี้ยงสัตว์
“ที่หรือทางสาธารณะ” หมายความว่า  สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้
“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองระยอง
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช บัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และเทศบัญญัตินี้

ข้อ 5    ให้เทศบาลเมืองระยอง เป็นเขตการควบคุมการเลี้ยงสัตว์ ดังต่อไปนี้
(1)    ช้าง
(2)    ม้า
(3)    โค
(4)    กระบือ
(5)    สุกร
(6)    แพะ
(7)    แกะ
(8)    กวาง
(9)    ห่าน
(10)    เป็ด
(11)    ไก่
(12)    สุนัข
(13)    แมว
(14)    งู
(15)    จระเข้
(16)    กบ
(17)    ตะพาบน้ำ
ให้ นายกเทศมนตรีเมืองระยอง มีอำนาจกำหนดประเภทและชนิดของสัตว์ที่ต้องควบคุม การเลี้ยงเพิ่มเติม ทั้งนี้ โดยอาจควบคุมการเลี้ยงเฉพาะในเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง หรือเต็มพื้นที่เทศบาลเมืองระยอง

ข้อ 6    นอกจากการเลี้ยงสัตว์ตามปกติวิสัยแล้ว เจ้าของสัตว์จะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1)    จัดให้มีสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มั่นคงแข็งแรงตามความเหมาะสมแก่ประเภทและ ชนิดของสัตว์และมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์ มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ มีระบบการระบายอากาศที่เพียงพอ มีระบบการรระบายน้ำที่ถูกสุขลักษณะและมีระบบบำบัดของเสียที่เกิดขึ้นอย่าง ถูกสุขลักษณะ
(2)    รักษาสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดอยู่เสมอ
(3)    กำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ
(4)    จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์เพื่อป้องกันโรคในสัตว์เพื่อป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์มาสู่คนโดยสัตว์แพทย์
(5)    ให้เลี้ยงสัตว์ภายในสถานที่ของตน
(6)    ไม่เลี้ยงสัตว์ในสถานที่ที่นายกเทศมนตรีเมืองระยอง กำหนดห้าม

ข้อ 7    ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์นั้นเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของ บุคคล    ทั่วไป ให้เจ้าของสัตว์แยกกักสัตว์นั้นไว้ต่างหากและแจ้งให้สัตว์แพทย์ของเทศบาล เมืองระยองทราบและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

ข้อ 8    ให้นายกเทศมนตรีเมืองระยอง มีอำนาจกำหนดการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์หรือห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์เฉพาะใน เขตพื้นที่เทศบาลเมืองระยอง
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลตามประเพณี

ข้อ 9    เจ้าของสัตว์จะต้องควบคุมดูแลสัตว์ของตนมิให้ก่ออันตรายหรือเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น

ข้อ 10    ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ตามข้อ 5 ในที่หรือทางสาธารณะซึ่งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองระยอง
ห้าม มิให้เจ้าของสัตว์ ปล่อยสัตว์ นำสัตว์ หรือจูงสัตว์ไปตามถนนหรือเข้าไปในบริเวณที่เทศบาลเมืองระยองได้ประกาศห้าม ไว้ หรือปล่อยให้สัตว์ถ่ายมูลบนถนนหรือมิได้ขจัดมูลดังกล่าวให้หมดไป เว้นแต่เจ้าขิงสัตว์ได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้นำขบวน สัตว์หรือฝูงสัตว์หรือจูงสัตว์ไปตามถนนและได้เสียค่าธรรมเนียมรักษาความ สะอาดตามที่เทศบาลเมืองระยอง (ประกาศกำหนด)

ข้อ 11    ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะ ซึ่งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองระยองและบริเวณริมแม่น้ำหรือเขตควบคุมการเลี้ยง หรือปล่อยสัตว์โดยไม่ปรากฏ เจ้าของให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้ในที่สำหรับกัก สัตว์ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดไว้เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน

ข้อ 12    เมื่อได้จับและนำสัตว์ ตามข้อ 11 แล้ว ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของ    เพื่อรับสัตว์อื่น ให้สัตว์ตกเป็นของเทศบาลเมืองระยอง เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของมารับคืนไป

ข้อ 13    เมื่อพ้นกำหนดเวลากักสัตว์ ตามข้อ 11 ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพื่อรับสัตว์คืน ให้สัตว์นั้นตกเป็นของเทศบาลเมืองระยอง แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่น หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามสมควรแก่กรณีก่อน ถึงเวลากำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้  เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาด  เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายหรือขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูสัตว์แล้ว ให้เก็บรักษาไว้แทนสัตว์

ในกรณีที่มิได้มีการขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามวรรคหนึ่ง และเจ้าของสัตว์มาขอรับคืนภายในกำหนด ตามข้อ 11 เจ้าของสัตว์ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่เทศบาลเมือง ระยอง ตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงด้วย
ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นพบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้

ข้อ 14    เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และเทศบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(1)    มีหนังสือเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ
หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา
(2)    เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบหรือควบ คุมให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้หรือตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น
(3)    แนะนำให้เจ้าของสัตว์ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเทศบัญญัตินี้หรือตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535
(4)    ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีหรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
(5)    เก็บหรือนำสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่สุขลักษณะหรือจะก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจำเป็นได้โดยไม่ ต้องใช้ราคา

ข้อ 15    หากเจ้าของสัตว์ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 หรือเทศบัญญัตินี้หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการ เลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของสัตว์แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูก ต้องได้ และถ้าเจ้าของสัตว์ไม่แก้ไขหรือถ้าการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์นั้นก่อให้ เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของ ประชาชน  เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดเลี้ยงสัตว์ทันทีเป็นการชั่วคราวจน กว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้
คำ สั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง  ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไว้ตามสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่า เจ็ดวัน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการทันที

ข้อ 16    ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบเหตุที่ไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ในอันที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหรือจะเป็น อันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนเป็นส่วนรวมซึ่งสมควรจะดำเนินการ แก้ไขโดยเร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของสัตว์แก้ไขหรือระงับเหตุ นั้น หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุนั้นได้ตามสมควรแล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

ข้อ 17    ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งตาม ข้อ 15 หรือในกรณีที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งตามข้อ 16 ผู้ที่ได้รับคำสั่งดังกล่าวผู้นั้นมีสิทธิ์อุทธรณ์ตามกฎหมาย
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามคำสั่ง

ข้อ 18    ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 5 ถึงข้อ 10 มีความผิดตามมาตรา 73 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข้อ 19    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกหรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐานหรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ 14 มีความผิดตามมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 20    ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้อง ถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการ ตามข้อ 15 โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีความผิดตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 21  ให้นายกเทศมนตรีเมืองระยอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2540

สุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล
(นายสุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล)
นายกเทศมนตรีเมืองระยอง

อนุมัติ
ประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์
(ประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์)
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

เทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง
เรื่อง   การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ประเภท  สปาเพื่อสุขภาพ  พ.ศ.2548
....................................................................................

โดยที่เป็นการ สมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง ว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพในการประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  เว้นแต่เป็นการให้บริการในสถานพยาบาลตามกฎหมาย ว่าด้วยสถานพยาบาลในเขตเทศบาลนครระยอง

อาศัยอำนาจตาม ความในมาตรา  60  แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ.2496  ประกอบกับมาตรา  32  มาตรา  33  มาตรา  54  มาตรา  55  มาตรา  58  มาตรา  63  และมาตรา  65  แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข  พ.ศ.2535  และกฎกระทรวง  (ฉบับที่ 2)  พ.ศ.2536  ออกตามความใน  พระราชบัญญัติการสาธารณสุข  พ.ศ.2535  เทศบาลนครระยอง  โดยได้รับความเห็นชอบจากสภา      เทศบาลนครระยอง  และโดยอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง  จึงตราเทศบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1  เทศบัญญัตินี้เรียกว่า   “เทศบัญญัตินครระยอง  เรื่อง  การควบคุมกิจการที่เป็นอันตราย  ต่อสุขภาพ  ประเภท  สปาเพื่อสุขภาพ  พ.ศ.2548”

ข้อ 2  เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย  ณ  สำนักงานเทศบาล  นครระยองแล้วเจ็ดวัน

ข้อ 3  ในเทศบัญญัตินี้
“เจ้าพนักงานท้องถิ่น”  หมายความว่า  นายกเทศมนตรีนครระยอง
“เจ้าพนักงานสาธารณสุข”  หมายความว่า  เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติ การตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข  พ.ศ.2535  ที่มีเขตอำนาจใน   เขตเทศบาลนครระยอง
“สถานประกอบการ”  หมายความว่า  สถานที่เพื่อสุขภาพที่ใช้ในการประกอบกิจการสปาเพื่อ    สุขภาพ  ซึ่งกิจการดังกล่าวไม่เข้าข่ายการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ โรคศิลปะ  การประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทางการแพทย์  หรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
“กิจการสปาเพื่อสุขภาพ”  หมายความว่า  การประกอบกิจการที่ให้การดูแลและสร้างสุขภาพ   โดยบริการหลักที่จัดไว้  ประกอบด้วย  การนวดเพื่อสุขภาพ  และการใช้น้ำเพื่อสุขภาพ  โดยอาจมีบริการเสริมประกอบด้วย  เช่น  การอบเพื่อสุขภาพ  การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  โภชนบำบัดและการควบคุมอาหาร โยคะและการทำสมาธิ การใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนการแพทย์ทางเลือกอื่นๆหรือไม่ก็ได้  โดยทั้งนี้บริการที่จัดไว้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ และกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทางการแพทย์  และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
“ผู้ประกอบการ”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของสถานประกอบการ
“ผู้ดำเนินการ”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการโดยควบคุมดูแลการให้บริการ   ทั้งหมดในสถานประกอบการ
“ผู้ให้บริการ”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการต่อผู้รับบริการในสถานประกอบการ

ข้อ  4  ให้กิจการประเภทสปาเพื่อสุขภาพเว้นแต่เป็นการให้บริการในสถานพยาบาลตาม กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล  เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมในเขตเทศบาล นครระยอง
เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ  5  สถานที่ของสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  ให้มีดังต่อไปนี้
(1)  ตั้งอยู่ในทำเลที่มีความสะดวก  ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ไม่อยู่ใกล้ชิด               ศาสนสถาน  ในระยะที่จะก่อให้เกิดปัญหา  หรืออุปสรรคในการปฏิบัติศาสนกิจ
(2)  ในกรณีที่ใช้พื้นที่ประกอบกิจการสปา  ในอาคารเดียวกันกับการประกอบกิจการอื่นซึ่ง    มิใช่กิจการสถานบริการ  ต้องแบ่งสถานที่ให้ชัดเจน  และกิจการอื่นนั้นต้องไม่กระทบกระเทือน        ต่อการให้บริการในกิจการสปาเพื่อสุขภาพนั้น
(3)  พื้นที่สถานประกอบการจะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ติดต่อกับสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(4)  กรณีสถานประกอบการ  มีการให้บริการหลายลักษณะรวมอยู่ในอาคารเดียวกันหรือสถานที่เดียวกัน  จะต้องมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน  และแต่ละส่วนจะต้องมีพื้นที่และลักษณะตามมาตรฐานของการให้บริการแต่ละประเภท
(5)  การจัดบริเวณที่ให้บริการเฉพาะบุคคล  จะต้องไม่มิดชิดหรือลับตาจนเกินไป
(6)  พื้นที่ที่ให้บริการทั้งภายในและภายนอก  ที่ประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพต้องสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
(7)  อาคารต้องทำด้วยวัสดุที่มั่นคง  ถาวร  ไม่ชำรุดและไม่มีคราบสิ่งสกปรก
(8)  บริเวณพื้นที่ที่มีการใช้น้ำในการให้บริการ  พื้นควรทำด้วยวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย    และไม่ลื่น
(9)  จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอในการให้บริการแต่ละพื้นที่
(10)  จัดให้มีการระบายอากาศเพียงพอ
(11)  จัดให้มีห้องอาบน้ำ  ห้องส้วม อ่างล้างมือ  ห้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและตู้เก็บเสื้อผ้า          ที่สะอาดถูกหลักสุขลักษณะ  และปลอดภัยอย่างเพียงพอ  และควรแยกส่วนชายหญิง
(12)  จัดให้มีการตกแต่งสถานที่ที่เหมาะสม  โดยจะต้องไม่มีลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสีย           ศีลธรรมหรือขัดต่อวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
(13)  เวลาเปิดทำการ  ให้เริ่มเปิดทำการ  เวลา  08.00  น.  และเวลาปิดทำการ  หรือให้บริการไม่เกิน  22.00  น.
(14) ไม่มีการโฆษณาที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าสถานประกอบการมีการให้การบำบัด รักษาและข้อความโฆษณานั้นต้องไม่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจำเป็น

ข้อ  6  ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการเพื่อความปลอดภัย  ดังต่อไปนี้
(1)   ควบคุมดูแลการบริการ  อุปกรณ์  ผลิตภัณฑ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้ได้มาตรฐานและ       ถูกสุขลักษณะ และใช้ได้อย่างปลอดภัย
(2)  ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีชุดปฐมพยาบาลในสถานประกอบการ  และพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาที่มีการให้บริการ
(3)  มีระบบคัดกรองผู้รับบริการที่อาจมีความเสี่ยงต่อการใช้บริการในบางแผนก  เช่น  สตรีมีครรภ์  ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง  เป็นต้น
(4)  ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีป้ายหรือข้อความเพื่อแสดง  หรือเตือนให้ผู้รับบริการระมัดระวังอันตรายหรือบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการ เกิดภยันตราย
(5)  ในกรณีที่มีการจัดให้มีบริการอบความร้อน  อบไอน้ำ  อ่างน้ำวนไว้บริการตลอดจนอุปกรณ์หรือบริการอื่นใด  อันอาจก่อให้เกิดอันตรายไว้บริการ  ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีพนักงานที่มีความรู้  ความเข้าใจและความชำนาญ  ในการใช้อุปกรณ์นั้นเป็นอย่างดี  เป็นผู้รับผิดชอบอุปกรณ์  และมีหน้าที่ในการคอยตรวจตราดูแลการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวทั้งในขณะใช้งานและ หลังการใช้งาน
(6)  ผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีนาฬิกาที่สามารถมองเห็นอ่านเวลาได้โดยง่าย  และชัดเจนจากจุดที่ผู้รับบริการใช้บริการอบความร้อน  อบไอน้ำ และอ่างน้ำวนอยู่  ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการสามารถควบคุมเวลาการใช้อุปกรณ์ด้วยตัวเอง ได้โดยสะดวก
(7) ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีระบบฉุกเฉินสำหรับบริการ  อบความร้อน อบไอน้ำ และ         อ่างน้ำวน ซึ่งสามารถหยุดการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้โดยอัตโนมัติ  ในทันทีที่เกิดจากภาวะ   ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการและการเข้าถึงผู้ใช้ระบบฉุกเฉินนั้น  ต้องสามารถกระทำได้โดยง่ายและสะดวกในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
(8)  ผู้ประกอบการต้องดูแลและควบคุมคุณภาพน้ำที่ใช้สำหรับให้บริการไม่ว่าจะเป็น อ่าง      น้ำวน  สระน้ำ  หรืออุปกรณ์การใช้น้ำชนิดอื่นใด  ให้มีคุณสมบัติทางเคมีที่ปลอดภัย  และไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อ
(9)  ผ้าอุปกรณ์และเครื่องมือทุกชนิด  เมื่อใช้ให้บริการแล้วต้องซักหรือล้างทำความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะ  ก่อนนำกลับมาใช้ให้บริการครั้งต่อไป  ในกรณีที่การให้บริการมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ  เช่น  การใช้ไม้หรืออุปกรณ์ที่ใช้ขัดหรือขูดผิวหนังในการบริการ กดจุดฝ่าเท้าต้องผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อที่สามารถฆ่าและควบคุมเชื้อได้  ไม่น้อยกว่าเทคนิคการปลอดเชื้อทุกครั้งหลังการให้บริการ
(10) ต้องมีระบบการป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการ              ควบคุมอาคาร

ข้อ  7  ผู้ให้บริการมีหน้าที่และข้อปฏิบัติดังนี้
(1)  ผู้ให้บริการได้รับการอบรมตามหลักสูตรจากสถาบันหรือสถานศึกษา  ที่คณะกรรมการรับรองหรือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานในกิจการสปาเพื่อสุขภาพ มาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ปี  และผ่านการทดสอบความรู้และประสบการณ์โดยคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐาน
(2)    ให้บริการแก่ผู้รับบริการตามความรู้และความชำนาญตรงตามมาตรฐานวิชาชืพที่ได้ศึกษาอบรมมา
(3)    ไม่กลั่นแกล้ง  ทำร้าย  หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้รับบริการ
(4)    ไม่ดื่มสุรา  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือของมึนเมา  หรือยาเสพติด  ในขณะให้บริการแก่     ผู้รับบริการ
(5)    มีความรับผิดชอบต่อตนเองโดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง  และไม่นำโรคติดต่อไปแพร่แก่ผู้รับบริการและเพื่อนร่วมงาน

ข้อ  8  ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะ  ดังต่อไปนี้
(1)    ต้องปฏิบัติและรักษาสถานประกอบการตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในข้อ  5  ถึงข้อ  7    ให้อยู่ในภาวะอันดีเสมอ
(2)  ต้องประกอบกิจการในเขตสถานที่  และตามกำหนดวันเวลาที่ได้รับใบอนุญาต
(3)  ต้องมีการจัดการสิ่งปฏิกูล  และน้ำเสียที่ถูกหลักสุขาภิบาล
(4)    ต้องรักษาสถานที่อย่าให้เป็นที่เพาะพันธุ์แมลงวัน  หรือสัตว์นำโรคอื่นๆ
(5)    ถ้าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมสถานที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน             ท้องถิ่นก่อน
(6)    ต้องปฏิบัติการทุกอย่างเพื่อให้ได้สุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(7)    ต้องยอมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น  เจ้าพนักงานสาธารณสุขเข้าตรวจสถานที่  เครื่องมือ     เครื่องใช้  ตลอดจนวิธีการประกอบกิจการนั้นได้ในเวลาอันสมควร  เมื่อได้รับแจ้งความประสงค์ให้ทราบแล้ว

ข้อ  9  ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  ต้องยื่นคำขอตามแบบและเงื่อนไขพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่อเจ้าพนักงานท้อง ถิ่น  ดังต่อไปนี้
(1)    สำเนาบัตรประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
(2)    สำเนาทะเบียนบ้าน
(3)    สำเนาใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ/สำเนาการขอใบรับรอง       มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(4)    เอกสารและหลักฐานอื่นที่เทศบาลนครระยองกำหนด

ข้อ 10  เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขออนุญาต แล้ว ปรากฏว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ให้ออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผล ให้ผู้ขออนุญาตทราบ กรณีไม่อาจออกใบอนุญาตได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
แต่ถ้าปรากฎว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์  ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกัน  และในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาต  ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่ อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ขยายเวลาไปได้อีกไม่เกิน  2  ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบ ก่อนสิ้นกำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น แล้วแต่กรณี

ข้อ 11  ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้สำหรับกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องมีการควบ คุมประเภทเดียวและสำหรับสถานที่แห่งเดียว  ถ้าประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องมีการควบคุมหลายประเภทในขณะและ สถานที่เดียวกัน ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในประเภทที่มีอัตราสูงเต็มอัตราแต่ประเภทเดียว ประเภทอื่นให้เก็บเพียงกึ่งอัตรา

ข้อ 12  ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราท้ายเทศบัญญัตินี้ ภายในกำหนด    15 วัน นับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แทน หรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้ได้รับใบอนุญาต ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากมิได้ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดที่จะ ต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว
ถ้าผู้ดำเนินกิจการ  ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง  เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้ เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน

ข้อ 13  ผู้ได้รับอนุญาต ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

ข้อ 14  เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์ขอต่ออายุดำเนินกิจการ  จะต้องยื่นคำขอตามแบบและเงื่อนไขพร้อมด้วยหลักฐานที่กำหนดต่อเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ  เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้  จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต  การพิจารณาต่อใบอนุญาตให้ปฏิบัติตาม ข้อ 10

ข้อ 15  ใบอนุญาตให้มีอายุ 1 ปี  นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

ข้อ 16  เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป ให้ยื่นคำขอบอกเลิกดำเนินกิจการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ 17  หากปรากฏว่าใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ในสาระสำคัญ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ในสาระสำคัญ แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐานดังต่อไปนี้
(1)     เอกสารแจ้งความต่อสถานีตำรวจ กรณีการสูญหาย หรือถูกทำลาย หรือ
(2)    ใบอนุญาตเดิม กรณีชำรุดในสาระสำคัญ

ข้อ  18  การออกใบแทนใบอนุญาต  ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขดังนี้
(1) ใบแทนใบอนุญาตให้ประทับตราสีแดงคำว่า “ใบแทน” กำกับไว้และให้มีวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้า พนักงาน  ท้องถิ่นในใบแทนและต้นขั้วใบแทน
(2)  บันทึกด้านหลังต้นขั้วใบอนุญาตเดิม ระบุสาเหตุการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด  ในสาระสำคัญของใบอนุญาตเดิมแล้วแต่กรณีและเล่มที่ เลขที่ ปี พ.ศ. ของใบแทนใบอนุญาต

ข้อ 19  เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535  และเทศบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1)  มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำชี้แจ้งเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใด เพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา
(2)  เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้หรือพระราชบัญญัติ การ            สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น
(3)  แนะนำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือตาม เทศบัญญัตินี้หรือตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
(4)  ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี หรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
(5) เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะ หรือจะก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบ ตามความจำเป็นได้โดยไม่ต้องใช้ราคา

ข้อ 20  หากผู้ดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ  ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข          พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการดำเนินกิจการนั้น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการนั้นแก้ไขหรือปรับปรุง ให้ถูกต้องได้ และถ้าผู้ดำเนินกิจการไม่แก้ไข หรือถ้าการดำเนินกิจการนั้นจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดเหตุ อันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการนั้นไว้ทันทีเป็นการ ชั่วคราว จนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้
คำ สั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไว้ตามสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่า เจ็ดวัน เว้นแต่เป็นกรณีที่เป็นคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการทันที

ข้อ 21  ถ้าเจ้าพนักงานสาธารณสุขตรวจพบเหตุที่ไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้ในอันที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีพของประชาชน หรือจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนเป็นส่วนรวม ซึ่งสมควรจะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุข         มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้กระทำการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนดังกล่าวแก้ไขหรือระงับ เหตุนั้น หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุนั้น ได้ตามสมควรและแจ้งให้พนักงานท้องถิ่นทราบ

ข้อ 22  ถ้าผู้ใดรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องมีการควบคุมไม่ ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้ เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน สิบห้าวัน

ข้อ 23  เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(1) ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ ใบอนุญาตอีก
(2) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือเทศบัญญัตินี้
(3) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎกระทรวงหรือเทศบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับกับการประกอบ กิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรง ต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรง ชีพของประชาชน

ข้อ 24  การแจ้งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ 12 ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทน หรือผู้มอบอำนาจจากผู้ได้รับใบอนุญาตทราบ
คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ผู้ดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องมีการควบคุมดำเนินกิจการ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ดำเนิน    กิจการหรือผู้รับใบอนุญาตทราบแล้วแต่กรณี
ใน กรณีไม่พบตัวหรือไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว ให้ส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือให้ปิดหนังสือนั้นไว้ในที่เปิดเผยได้ง่าย ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้ต้องรับหนังสือและถือว่าผู้นั้นได้ทราบหนังสือ ตั้งแต่เวลาที่หนังสือไปถึงหรือวันปิดหนังสือแล้วแต่กรณี

ข้อ 25  ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ ถูก        เพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิก ถอนใบอนุญาต

ข้อ 26  ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งตามข้อ 12 วรรค 2 ข้อ 20 หรือมีคำสั่งในเรื่องการไม่ออกใบอนุญาตตามข้อ 10 หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ตามข้อ 14 หรือเพิกถอน         ใบอนุญาตตามข้อ 23 หรือในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่ง ตามข้อ 21 ถ้าผู้ที่ได้รับคำสั่งไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว ผู้นั้นมีสิทธิ์อุทธรณ์ตามกฎหมาย
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามคำสั่ง

ข้อ 27  ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 4 วรรคสอง มีความผิดตามมาตรา 71 แห่ง พระราชบัญญัติการ          สาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 28  ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 5  ข้อ 6  ข้อ  7  และข้อ  8  มีความผิดตามมาตรา 73 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 29  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ ใน            ใบอนุญาต ตาม  ข้อ  9  มีความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 30  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้อง ถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 19 มีความผิดตามมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข         พ.ศ. 2535

ข้อ 31  ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้อง ถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามเทศบัญญัติข้อ 12 วรรคสอง หรือ ข้อ 20 โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีความผิดตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 32  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 13 ข้อ 17 มีความผิดตาม มาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 33  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อ 34  ผู้รับใบอนุญาตประกอบการสปาเพื่อสุขภาพ  เว้นแต่เป็นการให้บริการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลก่อนวันใช้ เทศบัญญัตินี้ให้ผู้ประกอบการนั้นประกอบการต่อไปได้เสมือนเป็นผู้ได้รับใบ อนุญาตตามเทศบัญญัตินี้แล้ว  แต่เมื่อใบอนุญาตดังกล่าวสิ้นอายุแล้วผู้นั้นยังคงประสงค์จะดำเนินกิจการต่อ ไป     ผู้นั้นจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้ก่อนการดำเนินการ

ผู้ซึ่งประกอบ กิจการสปาเพื่อสุขภาพให้ยังคงประกอบกิจการต่อไป แต่ต้องมายื่นคำขอรับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน กำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้บังคับใช้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ยังคงประกอบกิจการต่อไปจนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะ มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ  35  ให้นายกเทศมนตรีนครระยอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ  ณ  วันที่  19  มกราคม  2549

วรวิทย์     ศุภโชคชัย
(นายวรวิทย์  ศุภโชคชัย)
นายกเทศมนตรีนครระยอง
เห็นชอบ
เสนอ    จันทา
(....นายเสนอ   จันทา.....)
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

อัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต
ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ประเภท  สปาเพื่อสุขภาพ

รายการ อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท) หมายเหตุ
สปาเพื่อสุขภาพ    
ก. พื้นที่ประกอบการไม่เกิน  100   ตารางเมตร 2,000   บาท  
ข. พื้นที่ประกอบการเกินกว่า 100   ตารางเมตร ขึ้นไป  4,000   บาท  

 


 

เรื่อง แก้ไขและเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบ กิจการอันเป็นอันตรายต่อสุภาพ  ตามเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง  การควบคุมกิจการที่เป็นอันตราย    ต่อสุขภาพ  พ.ศ.2540  (ฉบับที่  1)  พ.ศ.2542  (ฉบับที่  2)  พ.ศ.2548
..............................

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  60  แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ.2496  แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา  5  แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล  (ฉบับที่  5  )  พ.ศ.2510  ประกอบกับ  มาตรา  32 มาตรา  33  มาตรา  54  มาตรา  55  มาตรา  58  มาตรา  63  และมาตรา  65  แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข  พ.ศ.2535  เทศบาลนครระยอง  โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลนครระยองและโดยอนุมัติของ      ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง  จึงตราเทศบัญญัติเทศบาลนครระยองไว้  ดังต่อไปนี้

โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง  แก้ไขและเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบ กิจการอันเป็นอันตรายต่อสุภาพตามเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  พ.ศ.2540 (ฉบับที่  1) พ.ศ.2542  (ฉบับที่  2)  พ.ศ.2548

ข้อ  1  เทศบัญญัตินี้เรียกว่า  เทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง  แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตรา    ค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบกิจการอันเป็นอันตรายต่อ สุภาพ  ตามเทศบัญญัติ     เทศบาลนครระยอง  เรื่อง  การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  พ.ศ.2540  (ฉบับที่  1)  พ.ศ.2542  (ฉบับที่  2)  พ.ศ.2548

ข้อ  2  เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเทศบาลนครระยอง  เมื่อได้ประกาศโดยเปิดเผย  ณ  สำนักงานเทศบาลนครระยอง  แล้ว  7  วัน

ข้อ  3  ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบกิจการ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ตามเทศบัญญัติเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง  การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  พ.ศ.2540  ลำดับ  73  ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
ลำดับ  73  การประกอบกิจการอาบ  อบ  นวด
ก.    นวดเพื่อสุขภาพ (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข  เรื่อง  กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย  มาตรฐานของสถานที่  การบริการ  ผู้ให้บริการ  หลักเกณฑ์  และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานสำหรับสถานที่เพื่อ สุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย  ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ  พ.ศ.2509)
(1)  จำนวนเตียงตั้งแต่  1  เตียง  ถึง  10  เตียง  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท)  500  บาท
(2)  จำนวนเตียงตั้งแต่  11  เตียง  ขึ้นไป  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท)  1,000  บาท

ข. นวดแผนโบราณ
(1)  จำนวนเตียงตั้งแต่  1  เตียง  ถึง  5  เตียง  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท)  300  บาท
(2)  จำนวนเตียงตั้งแต่  6  เตียง  ถึง  10 เตียง  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท)  500  บาท
(3)  จำนวนเตียงตั้งแต่  11  เตียง  ขึ้นไป  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี  (บาท)      5,000  บาท
ค.    กิจการ  อาบ  อบ  นวด  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี  (บาท)  10,000  บาท

ข้อ  4   ให้เพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบ กิจการอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพตามเทศบัญญัติเทศบาลนครระยอง  เรื่อง  การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  พ.ศ.2540  ลำดับ  129
ลำดับ  129  การประกอบกิจการท่าเทียบเรือประมง  สะพานปลาหรือแพปลา
(1)    พื้นที่ประกอบการไม่เกิน  400  ตารางเมตร  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท)  1,000  บาท
(2)    พื้นที่ประกอบการเกินกว่า 400  ตารางเมตร  อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี (บาท) 2,000  บาท

ข้อ  5  ให้นายกเทศมนตรีนครระยอง  รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจออกระเบียบ  ข้อบังคับ  ประกาศ  หรือคำสั่งเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ  ณ  วันที่   19  เดือน มกราคม พ.ศ.2549

วรวิทย์ ศุภโชคชัย
(นายวรวิทย์ ศุภโชคชัย)
นายกเทศมนตรีนครระยอง

อนุมัติ
เสนอ จันทรา
(นายเสนอ จันทรา)
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง