หอชมวิวและป่าชายเลน

     

ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลนครระยอง ประมาณ 300  ไร่  ซึ่งในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนนั้น  ผู้บริหารเทศบาลนครระยองได้มีนโยบายส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด  เพราะเห็นว่าการมีส่วนร่วมถือเป็นกลไกและพลังทางสังคมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างแท้จริง    ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีหลายๆหน่วยงานให้ความสนใจ  และเข้ามาร่วมดำเนินงานตลอดจนให้การสนับสนุน
มาโดยตลอด แต่การทำงานดังกล่าวอาจจะยังประสบปัญหาบ้างในเรื่องของการประสานงาน ส่งผลให้ภาคส่วนต่างๆ
ขาดความชัดเจนในแนวทางการทำงานร่วมกัน

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา  เทศบาลฯจึงเป็นเจ้าภาพในการเชิญหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปรึกษาหารือเพื่อวางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ซึ่งในการหารือครั้งนี้ก็มี
ผู้แทนจากหลายๆหน่วยงานที่ให้ความสำคัญ และสนใจเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง บริษัทบีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด  บริษัท IRPC จำกัด มหาชน  และกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำระยองและป่าชายเลน

โดยการหารือ เริ่มจากแต่ละหน่วยงานได้นำเสนอบทบาทการมีส่วนร่วม  และแนวทางการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนของตัวเอง  จากนั้นที่ประชุมก็ได้นำแนวทางต่างๆนั้นมาบูรณาการกันเพื่อให้การดำเนินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันและยินดีที่จะร่วมมือกันทำงาน   โดยเบื้องต้นได้มีมติร่วมกันว่า   ในระยะเวลาภายในอีก 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2553 – 2556)  จะร่วมกันพัฒนาโครงสร้างป่าชายเลนให้สมบูรณ์ก่อน   สำหรับในการพัฒนาด้านอื่นๆก็จะดำเนินงานแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด  สิ่งแรกคือการปรับปรุง ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาที่มีอยู่เดิมนั้นให้ดีขึ้น  จัดทำทางเดินศึกษาธรรมชาติรวมทั้งหอชมวิว ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน  และในอนาคตอันใกล้จะช่วยกันผลักดันและดำเนินการให้มีการประกาศเขตอนุรักษ์ต่อไป

นี่ก็เป็นเรื่องดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพื้นที่ป่าชายเลนระยองของเรา  ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีที่วันนี้ทุกฝ่าย
ได้หันมาจับมือกันเพื่อสานความร่วมมือเป็นภาคีเครือข่ายทำงานร่วมกัน อันจะส่งผลให้ป่าชายเลน ผืนสุดท้ายแห่งนี้
ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง  และอยู่คู่เมืองระยองสืบไป