พิมพ์
หมวดหลัก: สภาพทั่วไป
หมวด: เศรษฐกิจและสังคม
ฮิต: 17497

เศรษฐกิจและสังคม

พัฒนาการความเป็นมาของเศรษฐกิจและสังคมเมืองระยอง
จากการศึกษาประวัติศาสตร์และการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี โดยเฉพาะการค้นพบซากเรือจมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตามพื้นที่ชายฝั่ง
ของอ่าวระยอง  เป็นสิ่งที่พอกำหนดได้ว่ามีการสัญจรไปมาของการค้าขายทางทะเลในพื้นที่นี้อยู่ตลอดเวลานานมา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20-21
เป็นต้นมา[1] หรือในสมัยของพระเจ้าปราสาททองได้มีพ่อค้าจากประเทศตะวันตกเข้ามาตั้งสถานีการค้าในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
รวมทั้งที่บริเวณเมืองระยองด้วย  ทำให้รัฐบาลไทยสมัยนั้นต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและจัดระบบเพื่อเก็บภาษี ทำให้มีการรวบรวมผู้คนเข้ามา
และเกิดเป็นหมู่บ้านและขยายเป็นเมือง   ในเวลาต่อมาช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 1-3)   ได้มีคนจีนอพยพเข้ามารับจ้างเป็นแรงงาน
และมีอาชีพเป็นพ่อค้าตลอดจนทำสวนทำไร่กันมาก ทำให้เกิดชุมชนที่เป็นย่านตลาด ย่านการค้า  การเข้ามาตั้งหลักแหล่งของคนจีน ทำให้เกิด
ปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างเมืองและหมู่บ้าน  เพราะคนจีนที่เป็นพ่อค้า  คือผู้ที่นำสินค้าจากเมืองไปแลกเปลี่ยนสินค้าทางเกษตร
กับสินค้าป่าจากชาวบ้านในถิ่นต่างๆ   ในขณะที่ชาวพื้นเมืองที่อยู่มาแต่เดิมมีอาชีพการทำประมง[2] ซึ่งมีทั้งเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ใบเรือแจว
และเรือพายขนาดเล็ก   เป็นพาหนะที่ใช้ในการประมง   นอกจากอาชีพทำการประมงแล้วยังมีอาชีพการกสิกรรมซึ่งมีทั้งทำนา  ทำไร่  ทำสวน
และการค้าขายโดยรับซื้อของป่า เช่น น้ำมันยาง  หวาย  เถาวัลย์  ขี้ไต้  น้ำผึ้งและของป่าอื่นๆ  ตามแต่ฤดูกาลจะอำนวย  แล้วขนส่งมาขายต่อ
ที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้เรือใบเป็นพาหนะล่องเลาะเลียบชายฝั่งมา  ท่าเรือที่สำคัญของเมืองระยองในขณะนั้นคือ ท่าประดู่
ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งท่าเรือรับส่งผู้โดยสารและสินค้า นอกจากนี้พบว่าระยองอาจจะเป็นเมืองที่มีความสำคัญในการต่อเรือ  อู่ต่อเรือที่ว่านี้ตั้งอยู่ที่
ท่าแพรกมะขาม
ปัจจุบันคือบริเวณสี่แยกถนนยมจินดากับถนนหลักเมืองตัดกัน ในอดีตนั้นประเทศญี่ปุ่นเคยมาสั่งต่อเรือที่นี่ แล้วนำกลับไปใช้
ที่ญี่ปุ่น ในปัจจุบันก็ยังพบว่าอาชีพการต่อเรือ เป็นอาชีพที่สำคัญอาชีพหนึ่งของคนที่นี่ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเมืองระยองตั้งแต่อดีตนั้น มีบทบาท
ในฐานะของการเป็นเมืองท่าในการขนส่งสินค้า ต่อมาในสมัยที่จอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงต้นของ
สงครามเอเชียบูรพา
รัฐบาลไทยเตรียมการที่จะต่อสู้กับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อป้องกันดินแดนด้านตะวันออกของประเทศ คือบริเวณจันทบุรี
และตราด จึงได้สร้างถนนสุขุมวิทขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งทหารและยุทโธปกรณ์ ผลพวงจากการเกิดขึ้นของถนนสุขุมวิทนั้น ทำให้การขนส่ง
ทางน้ำลดความสำคัญลงอย่างมาก เพราะประชาชนหันมาใช้การขนส่งทางบกแทน โดยย่านการค้าธุรกิจการค้าและการขนส่งที่สำคัญของเมือง
ระยองในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือบริเวณ “ถนนยมจินดา”  ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2514 นักธุรกิจโรงงานน้ำตาลและโรงแรม
ในสมัยนั้น (คนท้องถิ่นรู้จักในนามเสี่ยกัง) ได้เข้ามาลงทุนทำศูนย์การค้า “สตาร์พลาซ่า” ขณะเดียวกันพลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ ซึ่งเป็น
รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ย้ายท่ารถโดยสารออกมาตั้งที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วย ทำให้ย่านการค้าเดิมที่ถนนยมจินดาซบเซาลงไป
อย่างช้าๆ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มทยอยย้ายตามกันออกมาทำมาค้าขายที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ จนกลายเป็นย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ของเมืองระยอง
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ได้เกิดสงครามเวียดนาม รัฐบาลไทยได้อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพทางอากาศและท่าเทียบเรือบรรทุก
ขนาดใหญ่  สำหรับขนถ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศไทย ทำให้เกิดมีการก่อสร้างขนาดใหญ่  ทั้งสนามบินและท่าเรือน้ำลึก
ส่งผลให้เศรษฐกิจในย่านนี้ รวมทั้งเมืองระยองขยายตัวขึ้นไปด้วย  ต่อมานับแต่ช่วงปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 5 เป็นต้นมา รัฐบาล
ได้กำหนดให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกรวมทั้งจังหวัดระยองเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมหนักและท่าเรือน้ำลึก เพื่อขนถ่ายสินค้า ทำให้
มีแรงงานจากภาคเกษตรกรรมจำนวนมากเข้ามาเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม  ผลพวงที่สืบเนื่องมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนา
ทางเศรษฐกิจอย่างรีบเร่งของเมืองระยองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สภาพทางสังคมเศรษฐกิจของเมืองระยองในปัจจุบันมีลักษณะผสมผสาน
ระหว่างวิถีชีวิตแบบชนบท และความเป็นเมืองใหม่ ทั้งนี้มีความสัมพันธ์กับลักษณะทางกายภาพและที่ตั้งของเมืองแต่ละชุมชนดังนี้

1.พื้นที่บริเวณริมถนนสุขุมวิทและพื้นที่ใกล้เคียง อันได้แก่ ถนนยมจินดา ถนนบำรุงราษฎร์ ถนนตากสินและถนนจันทอุดม
เป็นย่านที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของย่านนี้ก็คือ เป็นย่านศูนย์กลางการค้า เป็นศูนย์กลางการขนส่ง
ธุรกิจการเงิน โรงแรม และธุรกิจบริการของเมือง อย่างไรก็ตามศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเทศบาลนครระยอง มีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้นไป
ทางทิศเหนือตามเส้นทางของถนนจันทอุดม เนื่องจากจะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นในอนาคต นอกจากความเป็นศูนย์
กลางด้านการค้าและภาคบริการแล้ว ยังพบว่าพื้นที่โดยรอบของย่านนี้เป็นที่พักอาศัยของประชากรแฝงที่มาจากต่างถิ่น ประชากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่
ประกอบอาชีพหาบเร่ แผงลอยและแรงงานรับจ้างทั่วไป การที่ประชาชนเหล่านี้ เลือกที่จะพักอาศัยอยู่บริเวณขอบของ downtown เนื่องจาก
อยู่ใกล้แหล่งประกอบอาชีพและมีความสะดวกในการเดินทางออกมาประกอบอาชีพ ประชาชนกลุ่มนี้มักจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเครือญาติ
กันหรือเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันที่ชักชวนกันทำมาหากินที่นี่ จากการคาดการณ์ในปัจจุบันพบว่าจำนวนประชากรจากต่างถิ่น มีจำนวนใกล้เคียง
กับจำนวนประชากรที่เป็นคนท้องถิ่นพื้นเพเดิมของเทศบาลนครระยอง ดังนั้นหากมองในแง่เศรษฐกิจแล้วประชากรกลุ่มนี้นับว่ามีบทบาทที่สำคัญ
ต่อการเคลื่อนตัวของระบบเศรษฐกิจเมืองระยอง ในขณะที่หากมองในทางสังคมประชากรกลุ่มนี้ แม้จะมีจิตวิญญาณและวัฒนธรรมดั้งเดิม
ของตัวเองอยู่ แต่ก็สามารถปรับตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน

2. บริเวณถนนอารีย์ราษฎร์และถนนสมุทรคงคา พื้นที่ย่านนี้เป็นศูนย์กลางของสังคมเศรษฐกิจชาวประมงพื้นบ้านและอุตสาหกรรมประมง
ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักที่มีความสำคัญมาแต่อดีตและยังคงความสำคัญอยู่ทุกวันนี้ โดยจะพบว่ามีประชาชนในชุมชนต่างๆที่ประกอบอาชีพประมง
ดังนี้คือชุมชนสมุทรเจดีย์ ชุมชนปากน้ำ1 ชุมชนปากน้ำ2 ชุมชนสัมฤทธิ์  ชุมชนมุสลิมปากคลอง ชุมชนบ้านปากคลอง ชุมชนก้นปึกและชุมชน
แหลมรุ่งเรือง จากข้อมูลการสำรวจภาคสนามและจากเอกสาร พบว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือ 3 แห่ง โรงงานน้ำปลา 30 แห่ง
และกิจการห้องเย็น 4 แห่ง มีครัวเรือนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กและครัวเรือนที่เป็นแรงงานในภาคประมง ไม่น้อยกว่า 1,500 ครัวเรือน นอกจากนี้
แล้วด้วยความที่เป็นแหล่งของประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทำให้ย่านนี้เป็นที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ซึ่งมี
ทั้งที่เป็นแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานที่ผิดกฎหมาย  ปัจจุบันปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย นับเป็นปัญหาที่สำคัญ เนื่องจากได้ส่งผล
กระทบต่อการจ้างแรงงานท้องถิ่น กล่าวคือ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน จะมีค่าแรงที่ถูกมาก ทำให้แรงงานท้องถิ่นเดิม
ถูกกดค่าแรงและได้รับค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมนอกจากเป็นศูนย์กลางทางด้านประมงแล้ว พื้นที่ย่านนี้ นับว่าเป็นแหล่งบริการร้านอาหารทะเลและที่
พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของเมือง  โดยจะพบร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองระยองหลายร้านได้ตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองระยอง

[1] โปรดดูเพิ่มเติมใน  ศรีจักร วัลลิโภดม “อารยธรรมฝั่งทะเลตะวันออก”
[2] นายแพทย์สุโข อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง ผู้อาวุโสของเมืองระยอง


ด้านเศรษฐกิจ
ลักษณะทางเศรษฐกิจ มีลักษณะเด่นทางด้านการท่องเที่ยวและการประมง อาชีพที่สำคัญได้แก่ การพาณิชยกรรม การทำประมง
อุตสาหกรรมต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยของประชากร 419,741 บาท/คน/ปี

1.1 การพาณิชยกรรมและบริการ

(1) สถานประกอบการด้านพาณิชยกรรม
-   สถานีบริการน้ำมัน 15 แห่ง
-   ศูนย์การค้า/ห้างสรรพสินค้า 3 แห่ง
-   ตลาดสดเทศบาล    4  แห่ง
-   ร้านค้าทั่วไป 309  แห่ง             

(2) สถานประกอบการเทศพาณิชย์
-  สถานธนานุบาล     3   แห่ง

-  โรงฆ่าสัตว์เทศบาล  1   แห่ง
-  ท่าเทียบเรือ 3   แห่ง

(3) สถานประกอบการด้านบริการ
-  โรงแรม    27   แห่ง   จำนวนห้องพักรวม 1,682  ห้อง
-  ธนาคาร   12   แห่ง
-  โรงภาพยนตร์  2  แห่ง
-  สถานที่จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ จำนวน 263  แห่ง

1.2 การอุตสาหกรรม
-  โรงผลิตน้ำปลา           30      แห่ง
-  โรงผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว      4       แห่ง
-  กิจกรรมห้องเย็น           4       แห่ง

1.3 การท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
(1) ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมืองในเขตเทศบาลนครระยอง เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน
ลักษณะอาคารเป็นศิลปะแบบศาลเจ้าจีน
(2) วัดป่าประดู่ อยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ถนนสุขุมวิท เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมี “พระนอนตะแคงซ้าย”
ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และสักการะกันมาก
(3)  สวนศรีเมือง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกหรืออยู่ด้านเหนือของชุมชนสนามเป้าเป็นสวนสาธารณะอันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรสฯ
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดระยอง ปัจจุบันเป็นสนามกีฬากลางของชุมชนต่างๆ ในเทศบาลนครระยอง มีความร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน
หย่อนใจ รวมทั้งมีอาคารห้องสมุด สำหรับใช้ค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วย
(4) พระเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ ในเดือน 12 เทศบาลนครระยอง จัดงานประเพณีห่มผ้าองค์พระเจดีย์กลางน้ำ เป็นประจำทุกปี
(5) หาดแหลมเจริญ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ เป็นสถานที่พักผ่อน ในเขตเทศบาล
(6)  วัดเก๋ง ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงพยาบาลระยอง
(7) หอพระพุทธอังคีรส หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “หอพระ” มีการก่อสร้างเป็นอาคารทรงไทยจัตุรมุข ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของสวนศรีเมือง
ซึ่งภายในหอพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำเมืองระยองที่มีชื่อว่า“พระพุทธอังคีรสบรมราชาสิหิงค์ปฏิมาบรมโลกนาถ
ระยองประชาราษฎร์บรมบพิตร
” อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพสักการะของชาวระยองมานาน
(8) วัดโขดทิมทาราม ตั้งอยู่ถนนพจนกร เป็นแหล่งโบราณคดีของจังหวัดระยอง
(9) ล่องเรือชมภูมิทัศน์ของแม่น้ำระยอง เทศบาลนครระยอง ได้ปรับปรุงพัฒนาสายน้ำในแม่น้ำระยอง ที่เคยประสบปัญหาวิกฤตเน่าเสีย
จนมีการปรับความสะอาดของน้ำ ให้อยู่ในระดับดีขึ้น อีกทั้งพัฒนาชายฝั่ง ให้เป็นที่พักผ่อนของชุมชนหลายแห่ง ชมความงามของธรรมชาติป่าแสม
ร้อยปี ที่บริเวณเจดีย์กลางน้ำ
(10) ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อยู่ในบริเวณวัดลุ่มฯ ถนนตากสินฯ

 

 


2. ด้านสังคม
ชุมชน 29 แห่ง จำนวน 36,234 หลังคาเรือน จำนวนประชากร 64,406 คน


3. ด้านศาสนา
(1) ผู้นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 98 ของประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาลฯ มีวัด จำนวน 8 วัด
(2) ผู้นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.5 ของประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาล
ฯ มีมัสยิด จำนวน 1 แห่ง
(3) ผู้นับถือศาสนาคริสต์ ร้อยละ 0.5 ของประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาลฯ มีโบสถ์คริสต์
จำนวน 1 แห่ง


4. วัฒนธรรม

ประชาชนชาวเมืองระยองที่อยู่ในเขตเทศบาลฯ ร้อยละ 98 นับถือศาสนาพุทธ จึงมีกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีต่างๆ คล้ายคลึงกันกับชาวพุทธของจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงมีเหลือให้เห็นอยู่ทั่วไป เช่น ภาษาพูด (ภาษาระยอง) ยังคงใช้เพื่อการสื่อสารในระหว่างชาวระยองกันเองอย่างกว้างขวาง และมีการพยายามอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี การละเล่นแบบพื้นบ้านก็ยังคงมีอยู่ เช่นหนังใหญ่วัดบ้านดอน และมีพิพิธภัณฑ์ที่วัดกระโดน ที่ยังเก็บสะสมของเก่าของเมืองระยองไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้คนรุ่นนี้ได้ชมกัน

ในจังหวัดระยอง มีศูนย์วัฒนธรรม สภาวัฒนธรรม และโบราณสถาน
(1) ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดระยอง
ตั้งอยู่ที่โรงเรียนระยองวิทยาคม
(2) ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอแกลง
ตั้งอยู่ที่โรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร”
(3) สภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง
ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ชั้น 4

ประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญ

-   ประเพณีงานห่มผ้าองค์พระเจดีย์กลางน้ำและงานสืบสานประเพณีวันลอยกระทงจัดขึ้นทุกปี
-   ประเพณีงานวันรำลึกถึงวีรกรรมของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จัดขึ้นวันที่ 28 ธ.ค.
-   งานแห่พระพุทธอังคีรสฯ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรในวันสงกรานต์และประเพณี
-   งานก่อพระเจดีย์ทรายชายหาดระยอง (แหลมเจริญ) ในเดือนเมษายน
-   ประเพณีแข่งเรือยาว   
-   ประเพณีตักบาตรเทโว   
-   ประเพณีวันออกพรรษา
-   งานภูมิบุรีศรีระยอง จัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี

 


5. การศึกษา
(1) โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครระยอง ระดับอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 5 แห่ง
- โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ
(ท.1)         
- โรงเรียนเทศบาลบ้านปากคลอง (ท.2)
- โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม
(ท.3)    
- โรงเรียนเทศบาลวัดลุ่มมหาชัยชุมพล(ท.4)
- โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง
(ท.5)
และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนนครระยองวิทยาคม (ท.6)
มีจำนวนห้องเรียน  178  ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 6,312  คน  จำนวนพนักงานครูและลูกจ้าง 336  คน

โรงเรียน

จำนวนห้องเรียน

จำนวนนักเรียน

จำนวนพนักงานครู-ลูกจ้าง

ร.ร.เทศบาลวัดปากน้ำ

26

784

42

ร.ร.เทศบาลบ้านปากคลอง

17

369

26

ร.ร.เทศบาลวัดโขดทิมทาราม

55

2,203

114

ร.ร.วัดลุ่มมหาชัยชุมพล

25

885

44

ร.ร.สาธิตเทศบาลนครระยอง (วัดตรีฯ)

39

1,186

54

ร.ร.นครระยองวิทยาคม (วัดโขดใต้)

16

481

19

รวม

178

5,908

299

(2) โรงเรียนสังกัด สพฐ. จำนวน 3 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลระยอง โรงเรียนวัดเนินพระ และ โรงเรียนวัดเกาะกลอย
(3) โรงเรียนเอกชน จำนวน 4 แห่ง คือ โรงเรียนกวงฮั้ว โรงเรียนอารีย์วัฒนา โรงเรียนสมคิดวิทยา และ โรงเรียนฝนทิพย์
(4) โรงเรียนมัธยม สพฐ. จำนวน 3 แห่ง คือ โรงเรียนระยองวิทยาคม โรงเรียนวัดป่าประดู่ และ โรงเรียนระยองวิทยาคมปากน้ำ
(5) โรงเรียนอาชีวศึกษา จำนวน 2 แห่ง คือ โรงเรียนระยองพาณิชยการ และ วิทยาลัยเทคนิคระยอง
(6) ระดับก่อนวัยเรียน จำนวน 2 ศูนย์ คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดเนินพระ และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดป่าประดู่

 


7 กีฬา นันทนาการ / พักผ่อน
(1)  สนามฟุตบอล        จำนวน    14  แห่ง           
(2)  สนามเปตอง   จำนวน  8 แห่ง
(3)  สนามบาสเกตบอล  จำนวน     7  แห่ง           
(4)  สนามเด็กเล่น  จำนวน  7 แห่ง
(5)  สนามตระกร้อ        จำนวน   16  แห่ง
(6)  สระว่ายน้ำ      จำนวน  2 แห่ง
(7)  ห้องสมุดประชาชน  จำนวน     1  แห่ง           
(8)  สวนสาธารณะ  จำนวน  3 แห่ง

8 สาธารณสุข
(1)  โรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 2 แห่ง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ (555 เตียง)
จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลรวมแพทย์ระยอง (50 เตียง) จำนวน 1 แห่ง

(2)  ศูนย์บริการสาธารณสุข  จำนวน 3 แห่ง
-  ศูนย์บริการสาธารณสุขนครระยอง
-  ศูนย์บริการสาธารณสุขเนินพระ
-  ศูนย์บริการสาธารณสุขปากน้ำ

(3)  คลินิกเวชกรรม  จำนวน  58  แห่ง / คลินิกทันตกรรม จำนวน 25 แห่ง

(4)  บุคลากรทางด้านสาธารณสุขของสำนักงานเทศบาลนครระยอง
แพทย์  จำนวน - คน     พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 13 คน    อสม. 326 คน

 



9
การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(1) สถิติเพลิงไหม้ในรอบปี (1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2554) จำนวน 27 ครั้ง ความสูญเสียชีวิต
และทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้ในรอบปีที่ผ่านมา คิดเป็นทรัพย์สินมูลค่า 67,550 บาท

ลำดับที่

ประเภท

จำนวน

วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับ

1

รถยนต์ดับเพลิง

1 คัน

2 กันยายน 2525

2

รถยนต์บรรทุกน้ำดับเพลิงอเนกประสงค์ ( 6 คัน)

   
 

- ขนาดความจุน้ำ        5,000   ลิตร

1 คัน

7 กรกฎาคม 2535

 

- ขนาดความจุน้ำ       12,000   ลิตร

2 คัน

29 ธันวาคม 2549

 

- ขนาดความจุน้ำ       15,000   ลิตร

2 คัน

19 ตุลาคม 2537

 

- ขนาดความจุน้ำ       18,000   ลิตร

1 คัน

20 ธันวาคม 2530

3

รถยนต์ดับเพลิงชนิดบันไดเลื่อนอัตโนมัติ

1 คัน

8 มกราคม 2541

4

รถยนต์กู้ภัยอเนกประสงค์ ( 2 คัน)

   
 

- ขนาดเล็ก

1 คัน

1 สิงหาคม 2537

 

- ขนาดกลาง

1 คัน

28 สิงหาคม 2539

5

เรือท้องแบน

2 ลำ

 

6

เครื่องเรือเร็ว 15 แรงม้า

1 เครื่อง

 

7

เครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม

2 เครื่อง

 

8

เครื่องสูบน้ำดีเซล ขนาดท่อ 3 นิ้ว

4 เครื่อง

 

9

เครื่องสูบน้ำยันม่าร์ ขนาดท่อ 2.5 นิ้ว

4 เครื่อง

 

ลำดับที่

ประเภท

จำนวน

วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับ

10

เครื่องดูดน้ำไดโว่ ขนาดท่อ 2 นิ้ว 700 วัตต์

3 เครื่อง

 

11

เครื่องสูบน้ำเบนซิน ขนาดท่อ 3 นิ้ว

12 เครื่อง

 

12

เครื่องสูบน้ำดีเซลชนิดลากจูง ขนาดท่อ 8 นิ้ว

3 เครื่อง

 

13

รถจักรยานยนต์

2 คัน

 

14

รถยนต์สายตรวจ

2 คัน

 

15

รถยนต์บรรทุกเครื่องหาบหาม

1 คัน

 

 

อัตรากำลังงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี พ.ศ.2555

1. พนักงานเทศบาล

9   อัตรา

2. ลูกจ้างประจำ

9   อัตรา

3. พนักงานจ้างตามภารกิจ

20  อัตรา

4. พนักงานจ้างทั่วไป

2   อัตรา

รวม

40  อัตรา

 

มีการติดตั้งเครื่องดับเพลิงเคมีภายในเขตเทศบาลทั้ง 29 ชุมชน จำนวน 853 ถัง รวมทั้งสิ้น 713 อาคาร โดยจะมีเจ้าหน้าที่ชุดเคมี
ชุมชนสัมพันธ์ตรวจเช็คปีละ 3 ครั้ง ประมาณร้อยละ 2 ต่อปี พร้อมทั้งสอนการใช้การฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัย ปีที่ผ่านมา
ทั้งหมด 14 ครั้ง รวมฝึกซ้อมแผน 2 ครั้ง

 


 


10. สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ


10.1
ภูมิอากาศ (ปีปัจจุบัน)
(1) อุณหภูมิสูงสุด  38.7 องศาเซลเซียส  ต่ำสุด  17.8  องศาเซลเซียส
อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน  มี
.ค.-มิ.ย.             29.7  องศาเซลเซียส
อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน  ก
.ค.-ต.ค.             28.5  องศาเซลเซียส
อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน  พ
.ย.-ก.พ.            26.7  องศาเซลเซียส

(2) ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย สูงสุด ตลอดปีประมาณ 1,496.8 ม.ม.
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเดือน มี
.ค.-มิ.ย. 115 ม.ม.
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเดือน ก.ค.-ต.ค. 234 ม.ม.
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเดือน พ
.ย.-ก.พ. 24.2 ม.ม.

(3) ทิศทางลมในแต่ละฤดู
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดจากมหาสมุทรอินเดียในฤดูร้อน
ส่วนในฤดูหนาวจะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากทะเลอ่าวไทยพัดผ่าน

 

10.2  ขยะ
(1) ปริมาณขยะ  80-90  ตัน/วัน     
(2)
ขยะที่เก็บขนได้  จำนวน  81.78 ตัน/วัน

(3)  ขยะที่กำจัดได้  จำนวน   81.78
ตัน/วัน

กำจัดขยะโดยวิธี


-   กองบนพื้น (หลังฝังกลบทุก 3 เดือน)
-   หมักทำปุ๋ย


(4) ที่ดินสำหรับกำจัดขยะที่กำลังใช้ จำนวน 75 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนสมุทรเจดีย์ ต.ปากน้ำ

-   ห่างจากเขตท้องถิ่นเป็นระยะทาง  4 กิโลเมตร
-   ที่ดินสำหรับกำจัดขยะที่ใช้ไปแล้ว  จำนวน  16.5 ไร่
-   เหลือที่ดินกำจัดขยะได้อีก จำนวน  8 ไร่
-   คาดว่าจะสามารถกำจัดขยะได้อีก  3 ปี  (ต้องเสริมคันดิน)

(5) สภาพการเป็นเจ้าของที่ดินสำหรับกำจัดขยะ

-   ท้องถิ่น จัดซื้อเอง เมื่อ พ.. 2538 ราคา 60,000,000 บาท และได้จัดซื้อพื้นที่เพื่อเตรียม
การสร้างเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแห่งที่สอง จำนวน 245 ไร่ พ
.. 2540 ราคา 125,000,000 บาท

(6) ที่ดินสำรองที่เตรียมไว้สำหรับกำจัดขยะ

- ซื้อเมื่อ พ
.. 2540 จำนวน 245 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนสายปากป่า-มาบข่า หมู่ที่ 3ตำบลน้ำคอก อำเภอเมืองระยอง
จังหวัดระยอง ห่างจากท้องถิ่นเป็นระยะทาง 10
กิโลเมตร

- ซื้อเมื่อ พ
.. 2546 จำนวน 23 ไร่เศษ ตั้งอยู่ที่ถนนสมุทรเจดีย์ ตำบลปากน้ำอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
ห่างจากท้องถิ่นเป็นระยะทาง  4
กิโลเมตร

 

ด้านเศรษฐกิจ

ลักษณะทางเศรษฐกิจ มีลักษณะเด่นทางด้านการท่องเที่ยวและการประมง อาชีพที่สำคัญ

ได้แก่ การพาณิชยกรรม การทำประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยของประชากร 419,741 บาท/คน/ปี

2.3.2.1 การพาณิชยกรรมและบริการ

(1) สถานประกอบการด้านพาณิชยกรรม

- สถานีบริการน้ำมัน 15 แห่ง - ศูนย์การค้า/ห้างสรรพสินค้า 3 แห่ง

- ตลาดสดเทศบาล 4 แห่ง - ร้านค้าทั่วไป 309 แห่ง

(2) สถานประกอบการเทศพาณิชย์

- สถานธนานุบาล 3 แห่ง

- โรงฆ่าสัตว์เทศบาล 1 แห่ง - ท่าเทียบเรือ 3 แห่ง

(3) สถานประกอบการด้านบริการ

- โรงแรม 27 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 1,682 ห้อง

- ธนาคาร 12 แห่ง

- โรงภาพยนตร์ 2 แห่ง

- สถานที่จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ จำนวน 263 แห่ง

2.3.2.2 การอุตสาหกรรม

- โรงผลิตน้ำปลา 30 แห่ง

- โรงผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว 4 แห่ง

- กิจกรรมห้องเย็น 4 แห่ง

2.3.2.3 การท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

(1) ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมืองในเขตเทศบาลนครระยอง เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ลักษณะอาคารเป็นศิลปะแบบศาลเจ้าจีน

(2) วัดป่าประดู่ อยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ถนนสุขุมวิท เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมี “พระนอนตะแคงซ้าย” ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และสักการะกันมาก

(3) สวนศรีเมือง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกหรืออยู่ด้านเหนือของชุมชนสนามเป้าเป็นสวนสาธารณะ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรสฯ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดระยอง ปัจจุบันเป็นสนามกีฬากลางของชุมชนต่างๆ ในเทศบาลนครระยอง มีความร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งมีอาคารห้องสมุด สำหรับใช้ค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วย

(4) พระเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ ในเดือน 12 เทศบาลนครระยอง จัดงานประเพณีห่มผ้าองค์พระเจดีย์กลางน้ำ เป็นประจำทุกปี

(5) หาดแหลมเจริญ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ เป็นสถานที่พักผ่อน ในเขตเทศบาล

(6) วัดเก๋ง ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงพยาบาลระยอง

(7) หอพระพุทธอังคีรส หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “หอพระ” มีการก่อสร้างเป็นอาคารทรงไทยจัตุรมุข ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของสวนศรีเมือง ซึ่งภายในหอพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำเมืองระยองที่มีชื่อว่า“พระพุทธอังคีรสบรมราชาสิหิงค์ปฏิมาบรมโลกนาถระยองประชาราษฎร์บรมบพิตร” อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพสักการะของชาวระยองมานาน

(8) วัดโขดทิมทาราม ตั้งอยู่ถนนพจนกร เป็นแหล่งโบราณคดีของจังหวัดระยอง

(9) ล่องเรือชมภูมิทัศน์ของแม่น้ำระยอง เทศบาลนครระยอง ได้ปรับปรุงพัฒนาสายน้ำในแม่น้ำระยอง ที่เคยประสบปัญหาวิกฤตเน่าเสีย จนมีการปรับความสะอาดของน้ำ ให้อยู่ในระดับดีขึ้น อีกทั้งพัฒนาชายฝั่ง ให้เป็นที่พักผ่อนของชุมชนหลายแห่ง ชมความงามของธรรมชาติป่าแสมร้อยปี ที่บริเวณเจดีย์กลางน้ำ

(10) ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อยู่ในบริเวณวัดลุ่มฯ ถนนตากสินฯ