การที่จะกล่าวถึงประวัติย่อของเทศบาลนครระยองว่าเป็นอย่างไรนั้น เป็นการสมควรที่จะได้ทราบถึงความเป็นมาดั้งเดิมก่อนที่จะจัดตั้งเทศบาลขึ้น กล่าวคือ  นับตั้งแต่ปี ๒๔๖๐  ได้มีพระบรมราชโองการประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล ตามหัวเมือง รศ.๑๒๗  ขึ้น ในท้องที่ตำบลท่าประดู่  อำเภอเมืองระยอง มีฐานะเป็นสุขาภิบาลเมืองระยอง มีเขตตามที่กำหนดไว้ ในประกาศพระบรมราชโองการจัดตั้งนั้นสำหรับการสุขาภิบาลได้ดำเนินกิจการมาได้จนถึงปี  พ.ศ.๒๔๖๓ได้เกิดอัคคีภัยอย่างใหญ่หลวงไหม้ตลาด  อันเป็นย่านชุมชน ในเขตสุขาภิบาลแทบทั้งหมด เป็นเหตุให้ประชาชนต้องอดอยากยากเข็ญแทบสิ้นเนื้อประดาตัว  ทางราชการจึงได้ระงับการใช้พระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาลไว้ชั่วคราว   ต่อมาเมื่อประชาชนได้ก่อสร้างบ้านเรือนหนาแน่นขึ้นมากพอที่จัดการสุขาภิบาลเพื่อทะนุบำรุงความสุขของประชาชนสืบต่อไปได้อีก จึงได้ มีประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาลต่อไปใหม่ การสุขาภิบาลก็ได้ทำความเจริญให้แก่ท้องถิ่นมาเป็นลำดับ จวบจนกระทั่งรัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๗๖


ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะท้องถิ่นอันเป็นสุขาภิบาลเมืองระยองขึ้นเป็นเทศบาลเมืองระยอง โดยถือเขตสุขาภิบาลเดิมเป็นเขตเทศบาล ปรากฏตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๕๖ หน้า ๑๗๑๘ลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๘ นับแต่นั้นเป็นต้นมาเทศบาลเมืองระยองก็ได้ทำความเจริญก้าวหน้าให้แก่ท้องถิ่นมาเป็นลำดับโดยรวดเร็วสมควรที่จะขยายเขตเทศบาลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อบำรุงความสุขความเจริญของประชาชนให้กว้างขวางออกไป รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองระยองขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ปรากฎตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓ ตอนที่ ๕๗ ลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๔๙๙ โดยขยายเขตเทศบาลเมืองระยองไปหมู่บ้านปากคลองและปากน้ำตำบลปากน้ำ และหมู่บ้านเชิงเนิน ตำบลเชิงเนินบางส่วนที่มีเขตติดต่อกับเขตเทศบาลเดิมและมีประชาชนตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นปึกแผ่นแน่นหนา เป็นครั้งที่สอง รวมเป็นเนื้อที่ ๔.๓๕๖ ตารางกิโลเมตร

ในสมัยที่เริ่มตั้งเทศบาลครั้งแรก ทางเทศบาลต้องอาศัยห้องทำงานของผู้ตรวจการเทศบาล ซึ่งอยู่รวมกันที่ศาลากลางจังหวัด จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ จึงได้ย้ายไปเช่าที่ดินและอาคารของเอกชนเป็นสำนักงานขึ้น ในย่านชุมนุมชน ณ ถนนชุมพล ต่อมาปีพ.ศ. ๒๔๘๕ จึงได้ซื้อที่ดิน และอาคารดังกล่าวขึ้นเป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาล

ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๐๗ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น (นายส่ง เหล่าสุนทร) เห็นว่าสำนักงานเทศบาลหลังเก่าอยู่ในที่ชุมนุมชนแออัด เป็นการไม่ปลอดภัยเมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้น จึงได้แนะนำให้หาที่ตั้งสำนักงานใหม่ และได้ตกลงซื้อที่ของนางช่วง เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นจำนวนเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ไว้ ต่อมาคณะเทศมนตรีในสมัยนั้นเห็นว่าสถานที่เดิมคับแคบแออัดไม่ปลอดภัยเมื่อเวลาเกิดอัคคีภัย และเวลาฝนตกหนักน้ำท่วมพื้นชั้นล่างของสำนักงาน และไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

จึงได้สั่งให้ย้ายสำนักงานเทศบาลมาทำงานชั่วคราวที่กองอาสารักษาดินแดนในสวนศรีเมือง   และได้ทำการประมูลถมที่ๆทางเทศบาลจัดซื้อไว้ปลูกสำนักงาน  และได้เปิดให้มีการประมูลที่ดินในบริเวณสำนักงานหลังเก่าเพื่อปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้น  และได้นำเงินกินเปล่านั้นมาปลูกสำนักงานหลังใหม่  ผลการประมูลปรากฎว่ามีผู้เสนอให้ราคากินเปล่าที่ดินบริเวณดังกล่าวถึง ๖๕๐.๐๐๐ บาท  จึงได้เปิดประมูลสร้างสำนักงานหลังใหม่ขึ้นตามแบบแปลนของกรมโยธาธิการ เทศบาล  เป็นแบบทรงไทย โดยดัดแปลงขยายช่วงเสามุกตรงบันไดให้กว้าง  และทำกันสาดด้านหน้าสำหรับจอดพักรถและปรับปรุงภายในสำนักงานให้ดีขึ้น  ผลการประมูลการก่อสร้างเทศบาลสิ้นเงิน ๖๐๐.๐๐๐ บาท และสร้างเสร็จในเดือนธันวาคม ๒๕๐๗


ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๒(ในสมัยของนายเฉลา  วิริยะพงษ์เป็นนายกเทศมนตรี)ได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองระยอง ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๙๖  ตอนที่  ๒๒๑   ลงวันที่   ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๒ โดยมีเหตุผลคือ เนื่องจากท้องที่นอกเขตเทศบาลเมืองระยอง    ได้เจริญขึ้นและมีชุมนุมชนอยู่หนาแน่น สมควรขยายเขตเทศบาลเมืองระยอง เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่นต่อไป รวมเนื้อที่   ๑๖.๙๕  ตารางกิโลเมตร    เทศบาลได้ใช้สำนักงานหลังนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานตลอดมา    และได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมโครงสร้างครั้งใหญ่  ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗  ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ.๒๕๓๙ ในสมัยนายเฉลา  วิริยะพงษ์ เป็นนายกเทศมตรี โดยได้ย้ายเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานที่ศาลาประชาคมจังหวัดระยอง  และสนามแบดมินตันหลังสำนักงานเป็นการชั่วคราว แม้ว่าเทศบาลจะได้ทำการปรับปรุงสำนักงานครั้งใหญ่แต่ก็มิได้ขยายตัวอาคารสำนักงาน  ทำให้เริ่มคับแคบ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมีประชาชนมารับบริการเพิ่มมากขึ้น และมีความเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ



 

 


 

จนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลนครระยอง โดยเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลเมืองระยอง เป็นเทศบาลนครระยอง เนื่องจากเทศบาลเมืองระยอง มีสภาพความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๑๑๐ ก ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เป็นต้นไป โดยมีพื้นที่เขตเทศบาลเมืองระยองเดิม คือ ๑๖.๙๕ ตารางกิโลเมตร

สำหรับตัวอาคารสำนักงานเทศบาลก็เริ่มทรุดโทรมและคับแคบมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงใช้ปฏิบัติงานจนถึงสิ้นปีพ.ศ.๒๕๕๑    ก่อนหน้านั้นประมาณปี ๒๕๔๙ เทศบาลมีโครงการก่อสร้างสำนักงานเทศบาลหลังใหม่ ทดแทนอาคารหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม   จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยองขอใช้พื้นที่ศาลากลางจังหวัด(หลังเดิม)  ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานเทศบาล เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานให้บริการประชาชนเป็นการชั่วคราวในระหว่างการก่อสร้างอาคารหลังใหม่  และได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ศาลากลางจังหวัด (หลังเดิม) ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม  ๒๕๕๑

ต่อมาคณะผู้บริหารเทศบาลนครระยอง นำโดยนายวรวิทย์  ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีนครระยอง ได้หารือกันแล้วเห็นควรชะลอโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลไว้ก่อน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าในช่วงปี ๒๕๕๑ ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ วัสดุเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้นมาก จึงเห็นสมควรยกเลิกโครงการก่อสร้างซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงถึง ๑๔๕ ล้านบาท เพื่อนำเงินไปพัฒนาท้องถิ่น และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด  จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขอใช้อาคารศาลากลางจังหวัดระยอง(หลังเดิม) เพื่อเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานเทศบาลนครระยองอย่างถาวร  ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาสถานที่ทำงานของหน่วยราชการในเขตกรุงเทพมหานครและเมืองหลัก  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๒  ตามหนังสือ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ระยอง ที่ กค ๐๓๐๗.๑๑ / ๑๗๔๔  ลงวันที่ ๔ สิงหาคม  ๒๕๕๒  และอนุญาตให้เทศบาลนครระยองใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รย.๒๒๒ (บางส่วน)  ตำบลท่าประดู่  อำเภอเมืองระยอง  จังหวัดระยอง  เนื้อที่ ๕-๒-๕๕ ไร่ บริเวณอาคารศาลากลางจังหวัดระยอง (หลังเดิม)  และอาคารศาลาประชาคม เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานเทศบาลนครระยอง และเป็นศูนย์นันทนาการ ตามหนังสือ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ระยอง ที่ กค๐๓๐๗.๑๑/๓๘๕ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  คณะผู้บริหารเทศบาลนครระยองจึงได้ทำญัตติเสนอต่อสภาเทศบาลนครระยอง เพื่อขอรับความเห็นชอบ ในคราวประชุมสภาเทศบาลนครระยอง สมัยสามัญ สมัยที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน  ๒๕๕๓ ซึ่งสภาเทศบาลนครระยองได้มีมติเห็นชอบ  และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดระยองอนุมติ   เทศบาลนครระยองจึงได้ใช้อาคารศาลากลางจังหวัดระยอง (หลังเดิม) เป็นอาคารสำนักงานเทศบาลนครระยองมาตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม  ๒๕๕๑ เป็นต้นมา   และได้ทำการรื้อถอนอาคารสำนักงานเทศบาลหลังเดิม  เพื่อสร้างเป็นคลินิกอบอุ่นเทศบาลนครระยองดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน